08/06/2026
🤯 งานเยอะอาจไม่ได้น่ากลัวเท่า “ไม่รู้ว่าหน้าที่ตัวเองคืออะไรแน่ ?”
หลายครั้งเวลาพูดถึง Burnout หรือความเครียดในที่ทำงาน เรามักนึกถึงภาพของพนักงานที่มีงานล้นมือ ประชุมแน่นทั้งวัน เดดไลน์ชนกัน หรือทำงานจนไม่มีเวลาพัก
แต่ความจริงแล้ว คนทำงานจำนวนมากอาจไม่ได้หมดไฟเพราะงานเยอะเพียงอย่างเดียว
บางคนยังทำงานครบ ส่งงานทัน และดูเหมือน Perform ได้ตามปกติ แต่ข้างในกลับค่อย ๆ หมดแรง เพราะไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่สำคัญแค่ไหน องค์กรคาดหวังอะไร ใครเป็นคนตัดสินใจ และสุดท้ายแล้วอะไรคือคำว่าทำงานได้ดี
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Role Ambiguity หรือภาวะความไม่ชัดเจนของบทบาท ซึ่งกำลังกัดกินพลังงานของคนทำงานอยู่เงียบ ๆ
–
🫨 Role Ambiguity ความเครียดที่เกิดจากการต้องเดาตลอดเวลา
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Journal of Vocational Behavior ปี 2026 ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลจากงานวิจัยกว่า 515 ชิ้น และกลุ่มตัวอย่างเกือบ 800,000 คน ระหว่างปี 1964–2024 พบว่า Role Ambiguity หรือความไม่ชัดเจนของบทบาท เป็นหนึ่งในตัวสร้างความเครียดในที่ทำงานที่รุนแรงมาก
รุนแรงกว่าภาวะงานล้นมือด้วยซ้ำ
เพราะปัญหาของ Role Ambiguity ไม่ได้อยู่ที่งานยากหรืองานเยอะเสมอไป แต่อยู่ที่คนทำงานต้องคอยถามตัวเองอยู่ตลอดว่า
❓ อะไรคือ Priority ที่แท้จริง
❓ งานไหนสำคัญที่สุด
❓ ใครมีอำนาจตัดสินใจ
❓ ความสำเร็จของงานนี้วัดจากอะไร
❓ สิ่งที่กำลังทำอยู่ดีพอแล้วหรือยัง
เมื่อคนต้องทำงานด้วยการเดาทุกวัน พลังงานทางใจจะค่อย ๆ ถูกใช้ไปกับความไม่แน่นอน แทนที่จะถูกใช้ไปกับการสร้างผลงานจริง
–
🫨 ไม่ได้เครียดเพราะงานเยอะ แต่เครียดเพราะไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร
หนึ่งในประเด็นสำคัญของเรื่องนี้คือ คนทำงานจำนวนมากไม่ได้หมดไฟเพราะปริมาณงานเพียงอย่างเดียว แต่หมดไฟเพราะไม่รู้ว่าควรทุ่มพลังไปตรงไหน
ปัญหานี้ยิ่งเกิดขึ้นง่ายในองค์กรยุคใหม่ที่มีการทำงานข้ามทีม ใช้ Agile Workflow ปรับโครงสร้างบ่อย หรือลงทุนกับเทคโนโลยีและ AI มากขึ้น
เพราะเมื่อธุรกิจเคลื่อนเร็ว บทบาทของคนก็อาจพร่ามัวตามไปด้วย
หลายคนมี Job Description แต่ไม่รู้ว่า Priority จริงคืออะไร หลายคนรับผิดชอบงานที่ทับซ้อนกันจนไม่แน่ใจว่าหน้าที่ตัวเองจบตรงไหน และหลายคนทำงานหนักขึ้นโดยไม่เห็นว่างานนั้นเชื่อมกับเป้าหมายองค์กรอย่างไร
เมื่อคนไม่เห็นความหมายของงาน ความรู้สึกเป็นเจ้าของงาน หรือ Ownership ก็จะค่อย ๆ ลดลงตามไปด้วย
–
ปัญหา Role Ambiguity ไม่ใช่แค่ปัญหาของพนักงานคนใดคนหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับระบบการทำงานของทั้งองค์กร
เพราะเมื่อคนไม่เข้าใจว่างานที่ตัวเองทำสำคัญอย่างไร เชื่อมกับเป้าหมายธุรกิจตรงไหน และตัวเองเติบโตไปทางไหนได้บ้าง Engagement ก็จะลดลงโดยธรรมชาติ ต่อให้มีสวัสดิการดีหรือกิจกรรมในองค์กรเยอะแค่ไหนก็ตาม
ดังนั้น HR ในปี 2026 อาจต้องทำมากกว่าการดูแลคน แต่ต้องช่วยองค์กรออกแบบระบบการทำงานที่ทำให้พนักงานเข้าใจบทบาทของตัวเอง เห็นคุณค่าของงานที่ทำ และเชื่อม Human Experience เข้ากับ Business Outcome ได้จริง
เพราะในวันที่โลกการทำงานเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง สิ่งที่ช่วยลดความเครียดของคนทำงานได้มากที่สุด อาจไม่ใช่การลดงานลงเสมอไป
แต่อาจเป็นการทำให้พนักงานเห็นชัดขึ้นว่า “ฉันกำลังทำอะไร เพื่ออะไร และกำลังเติบโตไปทางไหน”
–
อ่านเรื่อง Role Ambiguity: ความเครียดในที่ทำงาน ไม่ได้มาจากงานเยอะอย่างเดียว เพิ่มเติมที่นี่
👉 https://th.hrnote.asia/personnel-management/role-ambiguity-260605/
แล้วคุณคิดว่าในองค์กรของคุณ ปัญหาใหญ่กว่ากันระหว่าง “งานเยอะ” กับ “บทบาทไม่ชัดเจน” ?
ลองคอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันได้เลยครับ
══════════
🌐 HREX: Connect People to the Best HR Solution
HR Content 📝 https://th.hrnote.asia/
HR Community 👥 https://qath.hrnote.asia/
HR Products & Service 🔎 https://expth.hrnote.asia/