MikkiPastel ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก MikkiPastel, เว็บไซต์คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต, Bangkok.

เพจของ Android Developer ที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับ Software Development และเชื่อว่าทุกคนสามารถเก่งได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น hard skill หรือ soft skill จึงอยากให้ทุกคนเก่งขึ้น และ go to the moon ไปพร้อมกัน เพจ programming ของ Android Developer ที่สนใจด้านการเขียนโปรแกรม และเชื่อว่าทุกคนสามารถเก่งได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น hard skill หรือ soft skill จึงอยากให้ทุกคนเก่งขึ้น และ go to the moon ไปพร้อมกัน

Website: https://www.mikkipastel.com
other channel: https://bio.mikkipastel.com/

สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ... แต่รอบนี้ไม่ใช่เงินเดือนนะ เป็นโควตา AI ในการเขียนโค้ดหมดแทน! 😱ใครที่ใช้ Github Copilot อยู่ ตอ...
03/06/2026

สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ... แต่รอบนี้ไม่ใช่เงินเดือนนะ เป็นโควตา AI ในการเขียนโค้ดหมดแทน! 😱

ใครที่ใช้ Github Copilot อยู่ ตอนนี้เขาปรับวิธีคิดเงินใหม่แล้ว

จากเดิมที่เราจ่ายแบบเหมารายเดือน หักตาม request-base ที่เราใช้ ซึ่งของเราใช้ไม่เคยถึงครึ่งเลย เปลี่ยนมาคิดตามจำนวน token ที่เราใช้แทน เริ่มตั้งแต่ 1 มิถุนายนนี้ คือมันเริ่มแล้วแหละทุกคน
ดังนั้นแพงกว่าเดิมแน่นอน สั่งภาษาไทยอาจจะไม่ถูกเท่าเดิมแล้ว ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น เพื่อประหยัด token รวมถึงการเลือกใช้ model ก็มีผลเช่นกัน ควรเลือกให้เหมาะกับงานของเรามากขึ้น
ของบริษัทเราใช้เป็น Business plan ราคา $19 เลยมีโอกาสสูงที่คนใช้เยอะจะเต็มไวมาก ทาง Microsoft เลยให้ extra credit เราใน 3 เดือนแรกเป็นคนละ $30 เย้

โดย $19 จะได้ 1900 AI Credit และสามเดือนนี้จะได้ 3000 AI Credit

แต่ พอหมดสามเดือนนี้ ในเดือนกันยายน เราจะติดที่ 1900 AI Credit เหมือนเดิมนะ
การเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่ส่งผลกระทบ feature พื้นฐาน Code completions กับ Next Edit suggestions (ที่ตอนเราเขียนโค้ด แล้วมันแนะนำโค้ดให้เรา แล้วเรากด Tab) อันนี้ยังใช้ฟรีอยู่ ไม่ตัดโควต้า

ส่วนคนที่เอาไปทำ Code Review ระบบจะเปลี่ยนไปคิดเงินตามนาทีการใช้งาน (Per-minute rates) คล้ายๆ กับเวลารัน GitHub Actions เลย

สุดท้าย อย่าลืมอัพเดต IDE รวมถึง extension หรือ plug-in Github Copilot เพื่อการแสดงผลเครดิตที่เหลือของเราให้ถูกต้องน้า จากเดิมเป็นเปอร์เซ็นต์ เป็นจำนวนเครดิตคงเหลือล่ะ
ว่าแต่เพื่อนๆ เดฟปกติเวลาบรีฟ Copilot หรือ AI ตัวอื่น ชอบพิมพ์สั่งเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษกันฮะ? มีใครมีเทคนิคส่วนตัวในการประหยัด Token อีกบ้าง มาแชร์กันหน่อยยย 👇

ใครไปเที่ยวจีน อย่าลืมลงแอพเหล่านี้ก่อนบินไปจีนนะ!เพราะมันต้องใช้ OTP ไทยอ่ะเนอะ และไม่มีเงินสดยังใช้ชีวิตได้นะ คนใช้เงิ...
02/06/2026

ใครไปเที่ยวจีน อย่าลืมลงแอพเหล่านี้ก่อนบินไปจีนนะ!
เพราะมันต้องใช้ OTP ไทยอ่ะเนอะ และไม่มีเงินสดยังใช้ชีวิตได้นะ คนใช้เงินสดน้อยมาก ๆ
แล้วจะมีแอพอะไรบ้าง ของเรามีประมาณนี้ ที่ถามเพื่อนร่วมทริปมาบ้างแล้ว
ถ้าใครมีแอพอื่นแนะนำบอกมาได้ในเม้นเลย

product ที่ดี คือ product ที่ถูกออกแบบให้ทุกคนเข้าถึงได้แล้วออกแบบยังไง ให้ทุกคนเข้าถึงได้?เพราะเขาไม่ได้ต้องการความสงสา...
31/05/2026

product ที่ดี คือ product ที่ถูกออกแบบให้ทุกคนเข้าถึงได้

แล้วออกแบบยังไง ให้ทุกคนเข้าถึงได้?

เพราะเขาไม่ได้ต้องการความสงสาร แต่เขาอยากได้ความเท่าเทียม เธอใช้ได้ ฉันก็ต้องใช้ได้สิ!
สรุปจาก “Accessibility Design 101 "การออกแบบโปรดักต์ที่ดี คือการออกแบบให้ทุกคนเข้าถึงและใช้งานได้" ของทาง Friends of Figma, Bangkok เมื่อคืนนี้ (จะว่าไปหายจากการไลฟ์สดของบ้านนี้เป็นเดือน เพราะติดงานโน้นนี่ และติดเที่ยวด้วย)
เป็นเรื่องที่พี่แบงค์พูดมานาน เพราะเรื่องนี้สำคัญมาก สำหรับ designer มืออาชีพ เพื่อให้ทุกคนใช้ได้ เพราะเราต้องสร้าง software ดี ๆ ให้ทุกคนเข้าถึงได้
มีมาตรฐานนึงคือ Web Accessibility Guidelines (WCAG) ที่เว็บ w3c

WCAG 3.0 ล่าสุดแต่ยังไม่เสร็จ WCAG 2.1 ก็ดีแล้ว ปัญหาคือ geek เขียน อาจจะอ่านยากนิดนึง ของ 3.0 เข้าใจได้ง่ายกว่า ไม่ต้องจำทุกข้อ ทำให้ impact 80%

และสำหรับแอพ banking เขาต้องใช้ได้ ไม่ใช้ของฟุ่มเฟือย แต่เป็นคนจำเป็น ที่ทุกคนต้องเข้าถึงได้ เหมือนเป็นสาธารณูปโภค

แล้วควรเข้ามาช่วงไหนดีล่ะ? ถ้าเราวางแผนจะทำ และอยู่ในแผนของเรา ชีวิตจะง่าย ต้องถูกออกแบบแต่แรกว่ามีสิ่งนี้ อาจจะไม่ต้องรีบทำ ถึงเวลาสมควรค่อยทำได้

ของภาครัฐบางประเทศให้ความสำคัญ ไม่ต้องสวยงามมาก แต่ใช้ได้ทุกคน เช่น ของ UK ส่วนประเทศนี้ทำให้คนตาดีใช้ง่ายก่อนจะดีมาก 😆
Web Accessibility มีหลายอย่างต้องคำนึงเยอะมาก สามารถที่จะเข้าใจได้ เห็นแล้วรู้ว่ามันคืออะไร แล้วใช้งานมันได้ และไม่ยากเกินไปที่จะเข้าใจมัน และใช้ได้ในทุก platform

มี 4 core หลัก คือ

1️⃣ Perceivable: เห็นและรับรู้มันได้ ถ้าเข้าใจได้ก็ดีเลย
- ผู้พิการทางสายตา อาจจะแบบชั่วคราว เช่น ไปทำเลสิกมา คนแก่ตามัว กำลังขับรถมองถนนอยู่ เขาจะมี software ที่ช่วยอ่าน screen reader อ่านตาม HTML ไล่จากซ้ายมาขวา บนลงล่าง
- สำหรับรูป ให้ใส่ alt เป็นมาตรฐาน บอกว่าของนี้คืออะไร ใส่ตั้งแต่ครั้งแรกเหนื่อยน้อยกว่าใส่ทีหลัง แล้วก็ใส่พวก `alt` สองภาษาได้เลย เหมาะกับของไม่เยอะ เป็น set ของการบรรยาย ให้ designer คิด alt text ไว้เลย ใส่ annotation บอก dev แล้วเขาไม่ต้องใช้พลังในการคิด ก็ใส่ไปเลย
- ถ้าเป็นปุ่มใส่ button จะเคลียร์สุด รู้ว่ากดได้ `aria-label` ใช้ในการสื่อสาร
- และถ้าคิดไม่ออก บอก AI ได้เช่นกัน 5555 หรือบอกว่าปุ่มนี้สร้างเพื่ออะไร แล้วให้ AI คิดชื่อให้
- wordpress มี alt file ให้แล้ว
- คนตาบอดสีอาจจะมองสีไม่เห็นบางสี ต้องใส่ icon เพิ่มมาด้วย หรือเพิ่มตัวเลขไปด้วย หรือครูโรเนียว เอ้ยยย ปริ้นเป็นขาวดำ ทำให้นักเรียนแยกสีอื่นไม่ออกก็มี 😆
2️⃣ Operable: สามารถทำได้
- ปุ่ม disable คนเห็น แต่ผู้พิการทางสายตาไม่เห็น ดังนั้นให้ enable ไปเลย เพราะปุ่มควรกดได้ ปุ่มที่ชอบซ่อนกัน คือ ปุ่ม approve

บาง flow อาจจะซ่อนปุ่มตาม business logic เช่น ทำบัตรประชาชนหาย มีปุ่มแจ้งความ ถ้าทำบัตรใหม่จะซ่อนปุ่มนี้

ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการซ่อนปุ่ม อย่างน้อยควรกดปุ่มได้ จะได้รู้ว่ากดไม่ได้เพราะอะไร เช่น กรอก field ไม่ครบ

ไม่ให้ใช้ `disabled` เพราะ screen reader มันจะข้าม ให้ใช้ `aria-disabled=true` แทน

- การกรอก OTP บางแอพใช้ 30 - 60 วินาที ซึ่งมันไวไป ดังนั้นแนะนำให้เวลา 5 นาที เพื่อพอมีเวลาให้กรอก ทำไมเป็นเลขนี้ ต้องลองเทส
- header ควรอยู่ก่อน content เสมอ
- หน้าจอกระพริบ มีคนแพ้การกระพริบ หรือ motion sickness ไม่ควรกระพริบเกิน 3 ครั้ง/วินาที ส่วนใหญ่ designer ไม่อยากใส่ แต่มีคนบังคับให้ใส่
3️⃣ Understanding: เข้าใจ
- เป็นตารางเข้าใจได้ง่ายกว่า text เวลาทำตารางใช้ `` ไม่ใช่ ``
- การวางโครง ถ้าไม่สื่อถึง table อย่าเอา table มาใช้ ใช้ flex หรือ grid แทน
- เข้าเว็บการประปา แต่เจอหน้าวันโอโซนโลก ไม่ควรบังด้านหน้า ควรเป็นโซนหนึ่งบน website มีบนสุดบอกว่าอยู่ที่ไหน บอกวันสำคัญ content เพื่อให้รู้ว่าเรามาถูกที่ถูกเว็บนะ นอกจากคนตาดี ผู้พิการทางสายตาแล้ว บอทยังโดนหลอกด้วย เพราะเข้าใจผิด มีผลต่อ SEO ด้วยน้า ถึงจะมีท่า js หลอกบอท แต่คนก็เข้าใจเว็บผิดอยู่ดี
4️⃣ Robust: ใช้งานได้ทุก platform
ให้ follow HTML standard จาก w3school และ support WAI-ARIA ทุก browser หลักแล้วด้วย
ตัวอย่างกลุ่มต่าง ๆ
ผู้พิการทางสายตา รู้ได้ เห็นได้แล้ว ต้องเข้าใจได้ด้วย และใช้ได้ทุก platform
แล้วมีกลุ่มอื่น ๆ ด้วย เช่น

⭐ ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว เช่น แขนหัก อุ้มลูกอยู่ บางแอพใช้มือสองข้างอาจจะไม่ได้ บางทีโทรศัพท์ใหญ่ ใช้มือเดียวไม่ได้
- Perceivable: ถ้าแอพเราไม่ mouse over จะไม่รู้ว่าปุ่มนี้คือปุ่มอะไร
- Operable: มั่นใจว่าใช้มือเดียวได้
- Understandable: เข้าใจได้โดยไม่ต้องลอง
- Robust: ใช้ได้ทุก platform

⭐ กลุ่มอื่น ๆ เช่น พื้นที่ที่ internet น้อย หรือ internet ช้า หรือคนโหลด Netfilx จาก office เพื่อมาดูที่บ้าน
- Perceivable: ออกแบบเป็น offline first เราแทบไม่รู้สึก เพราะโหลดเผื่อมาให้แล้ว เน็ตหลุดเราก็ไม่รู้ ยกเว้นแอพ update real-time อาจจะไม่ support เช่น แอพเทรดหุ้น
- Operable: มีเวลาพอที่เขาสามารถใช้งานได้
- Understandable: มีพวกภาษาถิ่น หรือภาษามือด้วย เช่น ไม่เข้าใจภาษากลาง ถ้าปรับได้ก็เป็นเรื่องดี หรือมีหนังบางเรื่องพากย์เป็นภาษาถิ่นครบทุกภาค อย่างแอพ Viu หรืออาจจะเป็น subtitle ก็ได้
- Robust: device compatibility

ตัวอย่างอุปกรณ์ มี Play Station กับ Xbox
ถ้าอยู่ในยุค AI และอยากเก็บ Web Accessibility ให้ครบ ให้ใช้ skill ของ impeccable ตอนที่เราสั่ง Claude (หรือตัวอื่น ๆ) ทำให้เว็บเราสวยงาม เก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน บอกให้มันทำให้เรียบร้อยได้

designer นอกจากเก็บงานที่ Figma ได้แล้ว ควร vibe code ได้ เพื่อสามารถเก็บงานบน production ได้

เอาจริง สิ่งที่ได้เรียนรู้จากพี่กาต๊อบเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็เป็นเรื่องใหม่มาก เลยเขียน headline อะไรไม่ถูกล่ะ บอกเลย...
28/05/2026

เอาจริง สิ่งที่ได้เรียนรู้จากพี่กาต๊อบเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็เป็นเรื่องใหม่มาก เลยเขียน headline อะไรไม่ถูกล่ะ บอกเลยว่ามัน beyond แน่ ๆ ทุกคน
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาไปงาน Solana x AI Builders: The Road to Mainnet #2 (Bangkok) ที่ชาว Solana Developer รวมตัวกันเดือนละครั้ง แล้วก็ได้ฟัง Rust EP3: Let’s the games begin! ของพี่กาต๊อบ ที่ฟังล่าสุดไปเมื่อ เดือนที่แล้ว แล้วเขามาอะไรอัพเดตมาบ้าง มาดูกัน
🤔 Recap EP1 & EP2
- EP1: ใช้ Unity และ Unreal ในการทำเกมส์ แล้วพวก logic อยู่กับ Rust แล้วใส่ condition ไว้ว่าใช้กับอันไหน
- EP2: ต่อกับ database เป็น turso SQLite จากที่แก้ใน Rust และ schema ใช้ annotation เดียวกัน gen ใน database แล้ว และก็มี Unity MCP เรียกใช้จากในนั้นได้เลย แล้วมีกาเพิ่ม game component และ database index เข้ามา
- EP3: จริง ๆ คุยกันด้วย protocol ธรรมดาอย่าง WebTransport ในการสื่อสารกับ Game Server
⭐ EP3

🐐 GOAT ไม่ใช่แพะ แต่เป็น Greatest of all time AI ทำได้ 70% และมี 30% ที่เรา manage มัน ถามว่าสิ่งที่ทำ GOAT ไหม? หมายความว่าที่ทำแล้ว มันดีแล้วหรือยัง? ถามมันว่า “goat?” มันก็เข้าใจ

คนทำ research เขาจะมี benchmark ถ้ามี feature ที่ใหม่กว่า ดีกว่า ให้เอาของเก่าออก
ไม่ต้องมี MCP เราสามารถใช้ Jina ได้ฟรี ประหยัด token เราใส่ document ที่เป็น HTML หรือ pdf มันจะออกมาเป็น markdown ทำให้ตัว context มีน้อยกว่า อีกทั้งมันสามารถ search paper ใด ๆ ที่เราต้องการให้เลย ใส่ลิ้งพร้อม keyword AI จะรู้เองว่าจะเปลี่ยนเป็นตัวเลขอะไร และ result สามารถ conbine กับตัวอ่าน document มะกี้ได้เลย
Z.AI ลากใส่รูปภาพข้างนอกเข้ามาได้แล้ว เขามี MCP ให้ integrate มาหลายตัว เช่น
- Vision MCP Server: ในนี้มี Image Analysis วิเคราะห์รูปภาพได้, Video understanding สามารถวิเคราะห์ video ได้ แต่ตัวนี้โยนรูปเหมือนตัวอื่นไม่ได้ ต้องใส่เป็น path นะ
- Web Search MCP Server: มี Web Search เอาไปทำ web search หรือ fetch ตัว document ใน Github repo มันก็อ่านตัวเว็บได้, Real-time Information, Remote Service
- Web Reader MCP Server: มี Web Content Reading, Structured Data, Remote Service
- Zread MCP Server: มี Documentation Search, Repository Structure, Code Reading เอา github repo โยนให้มันแล้วมันอ่านเข้าใจโครงสร้างของโปรเจกต์ได้

รายละเอียดอื่น ๆ อ่านใน document ได้นะ
🌌 Latent Space
- Coding ใน latent space เดฟไม่ได้เป็คนโค้ดนะ แต่สั่ง AI ทำ เดฟแบบเรามีหน้าที่จับผิดโค้ดที่ AI ทำ แต่ตอนนี้ก็มี rule ต่าง ๆ ทำให้แล้ว โดยเข้าไปใน graddle หรือ latent space จาก RIAR ที่เป็น Python แปลงออกมาเป็น Rust แกนหลักเป็น transformer
- แล้วมัน optimize ได้ยังไง? แล้วมันทำ parallel ได้ไหม? โยน paper ไปให้มัน distill หรือชำแหละ ซึ่งมันต่างจาก steel คือขโมยมา เพราะเราไม่ให้มันลอกมาทั้งหมด และอย่าลืมโยน code ที่เป็น context ไปด้วย อีกทั้งมันทำ readme summary ให้ด้วยนะ
- ถ้า paper มี source code ที่เป็น Python ด้วยจะดีมาก ไม่งั้นมันจะเกิดอาการหลอน
- ไม่ใช้ LLM ทำงานได้ไหม? ใช้ทำงานแบบ zombie ที่มีเงื่อนไขว่าเห็นคนต้องตามไปกินหัว speculative decoding แต่ละอันคล้ายกันหมด จะมี DFlash, DDTree ที่จะกล่าวถึงต่อไป
- แต่ละ paper มี distill เขานิยมทำอะไรกัน?
⚡ DFlash เพิ่มความสามารถในการ draft เหมือนสั่ง junior ช่วย draft ให้หน่อย คนสั่งมา verify ทีหลัง เร็วขึ้น 3.7 เท่า

🌲 DDTree ช่วย draft มาให้หลายแบบ และเลือกตัวที่ดีกว่าเอง เมื่อ DFlash + DDTree เร็วขึ้นแทบ 2 เท่า

Gemma 4 อันไหนดีก็เอาอันนั้นมาใช้ เร็วกว่าเกือบ 2 เท่า

Draft model: token เดาคำไปเรื่อย ๆ เอาไปตรวจใน verify เอาเฉพาะคำที่ผิดออกมา แล้วหาอันที่ถูกเข้าไปใหม่ จบ process

แล้วไม่ทำเป็น cluster เป็นกลุ่มเป็นก้อนแล้วประมวลผลล่ะฦ จากที่ทำเป็นตัว เป็นที่จะทำเป็น cluster แทนจะเร็วกว่า เป็นการประมาณที่ยอมรับได้
Higher order: เดิมทีมีข้อจำกัดทาง memory เลยต่อตัวแปรอื่น ๆ มาทำ mapping สามารถมี memory stage และรู้ว่าอันไหนอยู่ไหน
- จากจักรวาล → cluster → แรงดึงดูด - knowledge graph อันนี้จะลงลึกใน EP4
- ทำ transformer เป็น Virtual Machine คอย execute code ด้วย WASM จากภาษา C
- จากเดิมที่เรียก Python เป็นคำนวณเองได้ มี policy และ rule ให้ สามารถทำได้เลยไม่ต้องบอก LLM
- ลองให้มันไขปริศนาเกมส์ Sudoku ซิ เปรียบเทียบพบแล้วพบว่า Python ใช้เวลา 3 นาที แต่ Rust ใช้เวลา 32ms แล้วใช้ token/second น้อยกว่าด้วย และถ้าเป็น speculative ได้ผลดีกว่าเยอะ ได้อันที่ถูกและ verify
- แล้วเอาไปทำเกมส์อื่น ๆ ได้ด้วย เช่น bumber man อาจจะมีบัคบ้าง ปล่อยให้ AI ทำ และให้ AI เล่น 555, Go, Monopoly, Tactical AI ส่ง switch ให้สะพานเปิด ไปไขกุญแจหาสมบัติให้ถูกกล่อง หนี monster มี rule ซับซ้อน ถึงแม้จะทำตามกฏ แต่ก็มีบัคซ่อนอยู่

EP4 จะพูดเรื่อง test time และ policy
🥡 Takeaway
- ดู thinking ดูคำที่ถูกต้อง บางคำย่อแล้วมันเข้าใจถูกต้อง ทำให้ประหยัด token ได้
- จากที่เรียนรู้เป็น planner ที่อนาคตใคร ๆ ก็เริ่มทำได้ เป็น ruler คนออกกฏ policy ใด ๆ
- Rust ง่าย เพราะ AI เขียนให้ 🤣
- Rust + AI มาแน่ ดังนั้นเลือกภาษาให้ถูก
- Speculate เร็วขึ้น 2-3 เท่า แต่ Heuristics Learning เร็วกว่า

EP4 จะไปเรื่อง full-stack scale ใหญ่ ให้ดู RuVector ได้ มี SONA engine + learning ตัว signal มี < 1ms สามารถ adaptation ไม่เทรนกับ model ใหญ่ แต่ทำตอน runtime แล้ว save เป็น model base ตอนมันกำลังฉลาดขึ้นได้ ฟีล dump mem
ส่วนบล็อกขอเวลาแปปนึง เดี๋ยวมาแปะใต้เม้น พร้อมลิ้งใด ๆ
รวมถึง session 402 ของคุณกอล์ฟด้วย

ทุกคนเคยสงสัยไหม? เรารู้จัก response code ต่าง ๆ จากหลังบ้านมากมาย อย่างพวก 4xx จะมี 400 401 403 404 อะไรงี้ แล้ว 402 มั...
26/05/2026

ทุกคนเคยสงสัยไหม? เรารู้จัก response code ต่าง ๆ จากหลังบ้านมากมาย อย่างพวก 4xx จะมี 400 401 403 404 อะไรงี้ แล้ว 402 มันคืออะไร? แล้วมันหายไปไหน? เราจะมาเรียนรู้กัน

กับ “pay.sh: Enabling AI Agents with x402 Micropayments – เรียนรู้วิธีทำให้ AI Agents ของคุณสามารถทำธุรกรรม (Micropayments) ได้จริงด้วยมาตรฐานใหม่บน Solana” ที่งาน “Solana x AI Builders: The Road to Mainnet #2 (Bangkok) ” โดยคุณกอล์ฟ จาก ByteCat เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั่นเองงงงง (ทำไม่ทันลงช้าเลย ฮือออ)
📜 The 30-year story of HTTP 402
แน่นอนว่าเราชาวเดฟน่าจะรู้จัก response code กันมาบ้างแล้ว มันจะมี 200 OK, 400 Bad Request, 401 Unauthorized, 403 Forbidden, 404 Not Found ซึ่งเจ้า 402 Payment Required คนไม่ค่อยได้ยินกัน ซึ่งมันก็มาพร้อมเพื่อนนี่แหละ ในปี 1997 ที่ Internet Explorer มาใหม่ ๆ

โดยเจ้า 402 Payment Required มันมี idea ว่า ถ้าวันนึง internet ถูกใช้งานจนมัน mass มาก ๆ คงมีคนจ่ายเงินผ่าน http เลยประกาศ 402 เพื่อใช้งาน payment โดยเฉพาะ ซึ่งที่เขาวางไว้เป็นการซื้อแบบ pay-per-content เช่น ซื้อหนัง ซื้อเพลง แล้วจะจ่ายเงินยังไง? และมี protocol เป็นอย่างไร?

และเจ้า 402 ไม่ได้ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย เพราะ

1. ใน spec ไม่ได้บอกรายละเอียดข้างในว่าแต่ทำยังไง ไม่มี standard ในการใช้งาน
2. แต่พวก payment ต่าง ๆ ไปทำทาง subscription แทน เป็นการจ่าย 1 ครั้ง/เดือน เป็นเรื่องดีในเชิงธุรกิจที่สามารถประมาณการรายได้ได้ และ user ตัดสินใจ subscript 1 เดือน เพราะ
3. มนุษย์มี decision fatigue ตัดสินใจบ่อย ๆ ใช้พลังงานเยอะ มันเหนื่อย เลยไม่จ่ายก็ได้

แล้ว response code 402 แต่ละเจ้าก็ไม่ได้ implement ตามที่ design ไว้แต่แรก
- Shopify: Store frozen (unpaid bill) ร้านค้าไม่จ่ายเงิน
- Stripe: Failed card charge ตัดเงินไม่ได้
- Google API: Quota exceeded ใช้ quota เกิน

และ flow payment ต่าง ๆ ออกแบบมาเพื่อมนุษย์ และถ้าไม่ใช่มนุษย์ล่ะ?

แน่นอนว่าตอนนี้ไม่มีใครไม่เคยไม่ได้ยิน AI Agent มีหน้าที่ในการเป็นเลขาส่วนตัว ในการทำโน้นทำนี่ เช่น ช่วย research สรุป วิเคราะห์ต่าง ๆ แน่นอนว่าทำงานได้อย่างไม่งอแง ทำงานแบบไม่ต้องคิด แค่ทำตามกฏที่ตั้งไว้ อีกทั้งไม่มี decision fatigue อีกด้วย

พอเราสั่ง AI ทำงาน ตอนจ่ายเงินมีปัญหา คือ เขาไม่สามารถใช้บัตรเครดิตเราได้ ถ้าเราเรียก API ครั้งนึง 0.001$ แต่ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต 0.30$ เท่ากับว่าค่าธรรมเนียมสูงกว่าถึง 300 เท่า เลยไม่คุ้มที่จะให้ AI Agent ของเราใช้บัตรเครดิต อีกทั้งเรื่อง KYC, chargebacks, account setup และอื่น ๆ อีกที่เขาทำไม่ได้
🪙🤖 Why crypto + Al woke it up
แล้วถ้าจ่ายด้วยคริปโตแทนล่ะ?

แน่นอนเราสามารถสร้างกระเป๋าได้เลย ไม่ต้องไป KYC เติมเงินให้ AI เพื่อให้เขาตัดสินใจ และจ่ายเงิน อีกทั้งค่าธรรมเนียมถูกมาก ถ้าจ่ายด้วย USDC บน Solana มีค่าธรรมเนียมเพียง 0.00025$ คิดเป็นเงินไทยไม่ถึงสตางค์ ไม่ต้องใช้ account ทำธุรกรรมใช้เวลาตํ่ากว่า 1 วินาที

เราสามารถตั้งเวลาแล้วให้ agent sign signature และ execute ให้เราได้ทันที

⌛ Timeline: เนื่องจากมนุษย์มีปัญหาในการตัดสินใจ แต่ AI ไม่ได้คิดเรื่องพวกนั้น
- Coinbase x402 (OCT 2025): ประกาศเมื่อปลายปีที่แล้ว เป็น Native USDC ก่อน
- Coinbase x402 V2 (OCT 2025): รองรับ ERC-20, SPL, Token2022 ทุกตัว และได้หลากหลายเชน ไม่ว่าจะเป็น Base, Solana, Etheruem, Polygon, Arbiturm, Wrold รองรับการชำระเงินผ่าน AI Agent โดยไม่มีมนุษย์มาเกี่ยวข้องได้ (payment layer AI Agent)
- Stripe + Tempo (MAR 2026): Machine Payments Protocol (MPP) นอกจากรองรับ stable coin แล้ว ยังรองรับ fiat, Bitcoin Lightning (หรือชาว Bitcoiner เขาจะชอบ zap กันก็อันนี้แหละ) บน Tempo, Base, Solana
- Pay.sh (MAY 2027): อันนี้ของทีม Solana
👖 How pay.sh fits in
เดิมที AI Agent รู้ทุกอย่างทุกเส้นก่อนจ่ายเงิน ทาง Solana เลยวางตัวเองเป็น payment layer ที่ไม่ต้องรู้ว่าแต่ละเส้นทำงานยังไง มันจะจัดการให้ ตัว AI Agent เรียกใช้งานผ่านตัวนี้ตัวเดียวได้เลย ไม่ต้องไปเรียนรู้เส้นจ่ายเงินใหม่ มันจะจัดการให้

ส่วนประกอบของ Pay.sh
1. pay CLI: local tool
2. Catalog: มีทั้งหมด 72 service ให้ AI Agent ทำงานบางอย่าง เช่น ดึงราคาคริปโต มีค่าใช้จ่ายในการดึงนะ ดูว่าเรายอมจ่ายไหม และเราสามารถสร้าง tool พวกนี้ได้เช่นกัน
3. Protocol layer: detect ว่า layer ที่จ่ายเงินเป็นอะไร เช่น เป็น x402 เป็น MPP รวมถึงมาตรฐานใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

402 Lifecycle: client ในที่นี้เป็น agent เรียกใช้ API แล้วจะได้ 402 และ challenge กลับมา แล้วก็ขออนุมัติให้จ่ายเงิน แล้วก็ sign เพื่อยืนยันธุรกรรม สุดท้ายจะได้ 200 กลับมา พร้อม content ที่เราซื้อกลับมา

การ sign signature ในการทำธุรกรรมนั้น จะใช้ private key ซึ่งตัว pay.sh ไม่ได้ถือให้เรา และถ้า pay.sh โดนอะไรขึ้นมา เงินของเรายังคงอยู่ใน wallet นะ

แล้วใน catalog มี service อะไรบ้าง? ให้ NotebookLM ช่วยสรุปให้ ก็จะมี
- AI/ML 33 services
- Data & Search 15 services
- Messaging 9 services
- Crypto & Compute 7services

ทำไมถึงน่าสนใจ?
- ไม่มีคนเกี่ยวข้อง (หรือ ไม่มี human-in-the-loop) ยกเว้นตอน sign ซึ่งเราทำเป็น programatic ได้ เอา private key ไปวางใน secret manager อะไรพวกนี้ได้
- ถ้ามี protocol ไม่ต้องเรียนรู้ใหม่ มันเพิ่ม knowledge ให้เอง
- มี catalog
- design เป็น AI Agent ในการใช้งานเท่านั้น
- มี sandbox ให้ลองเล่นก่อนใช้จริงได้

อีกทั้งเป็นทางเชื่อม AI Agent กับ payment layer ได้
🏗️ Build your own paid API
ตัวอย่าง วิเคราะห์ตลาด (แว่บแรกราคาคริปโต ไม่ใช่เนอะ) ให้ไปดูสถานที่ ดูรีวิว ดูเพื่อนบ้าน เอาไปทำรูป แล้วส่งเข้า email ทั้งหมดเกิดขึ้นบน pay protocol ไม่มีคนเข้าไปเกี่ยวข้องแล้ว

เราสามารถสร้าง AI Agent เปิด API เอาขึ้น catalog แล้วคนใช้งานสามารถ access API ของเราได้ผ่านการจ่ายเงิน เป็น P2P agent economy

มี MCP built-in ให้ มี config ให้เราไปเพิ่มเองได้ ใน `mcp.json`

หรือสร้าง API แบบ pay-as-you-go ดึงราคาแล้ว return ราคาให้ และมี pay gateway ให้เขียนไฟล์ `provide.yml` ระบุว่าแต่ละ endpoint เก็บเงินกี่บาทต่อ request
- แล้ว API จริงอยู่ที่ไหน? อยู่ที่ `routine.url` แต่ละ endpoint มีเส้นไหนบ้าง เก็บราคาเท่าไหร่
- คน access ผ่าน gateway แล้วเข้าผ่าน proxy เพื่อเข้า API ได้อีกทีนึง
- เอา gateway อันนี้ครอบ API เดิม เพื่อให้ AI Agent access ได้เลย

ต่อยอด idea
- Real-time DEX aggregator
- On-chain analytics wallet behavior
- Al trading signals
- NFT metadata service
- Cross-chain bridge quotes
- DeFi risk scoring
- P2P Agent Economy

บริษัทใหญ่เป็นคน provide อยู่ ถ้าคนตัวเล็ก ๆ ทำแล้วเก็บเงิน ก็ทำได้เช่นกัน
💬 Recap
- HTTP 402 มาตั้งแต่ปี 1997 แต่ไม่ได้ใช้อย่างแพร่หลาย
- AI Agent + crypto แก้ปัญหาได้
- pay.sh เป็น payment layer ใหม่ในยุค agent
- ตอนนี้มี 72 service ให้ใช้ และใช้กับ MCP ได้
- สามารถเอา API ของเรามาเป็น API เก็บตังค์ได้ เรียกได้ว่าสร้างรายได้จากเส้น API ของเราที่มีอยู่ 5555555
💬 Q & A
- เอาไปใช้ทำการซื้อสินค้าได้ไหม? เช่น ซื้อ macbook หรือซื้อของออนไลน์บน platform ชั้นนำ ตัว AI Agent ไม่สามารถเข้าถึง account ของเราได้ รวมถึงเงินเราด้วย ซึ่งเป็น flow ที่ออกแบบให้คนใช้ ไม่ใช่ AI Agent ในตอนนี้ยังไม่มี แต่ถ้าเราสามารถทำระบบตรงนี้มาได้ ก็สามารถสู้กับ platform ใหญ่ ๆ ได้เลย
- ตอนเติมเงินเข้า wallet ต้องมีเงินสกุลนั้นก่อนถึงจะ challenge ผ่าน แต่เขาก็รองรับหลายสกุลเงินอยู่นะ อนาคตอาจจะมีคนทำ auto convert ก็ได้
- pay.sh ไม่ได้ถือ private key และ private key ยังอยู่กับเรานะ
ทั้งหมดจะประมาณนี้ ยังเหลืออีก session นีงของพี่ Katopz น้า

อัพเดตฝั่ง Android Developer จากงาน Google I/O 2026 แบบไว ๆ จากคุณ Florina Muntenescu1. ประกาศรองรับ Android บน Google A...
22/05/2026

อัพเดตฝั่ง Android Developer จากงาน Google I/O 2026 แบบไว ๆ จากคุณ Florina Muntenescu
1. ประกาศรองรับ Android บน Google Antigravity อย่างเป็นทางการ สามารถสร้างแอพ Android จากใน Google Antigravity ได้เลยยย (เดี๋ยวไปลอง)
2. Android CLI คือ เครื่องมือจัดการ Workflow สำหรับ AI Agent ตอนนี้ stable แล้วพร้อมใช้งานบน Production แล้ว ช่วยสั่งงานตั้งแต่ download SDK ไปจนถึงการจัดการ Emulator
3. Android Knowledge Base: คลังข้อมูลการพัฒนาแอพ Android ที่ทำให้ LLMs เข้าใจแนวทางปฏิบัติและเขียนโค้ดได้ถูกต้องตาม Best Practice
4. Android Skills: เป็น Open-source ที่ช่วยให้ AI เข้าใจตัว Android และเขียนโค้ดได้ถูกต้องตาม Best Practice
📈 ทาง Google เผยว่า AI Agent ที่ใช้งานร่วมกับ Android CLI สามารถทำงานได้ "เร็วขึ้นถึง 3 เท่า" และ "ประหยัดการใช้ Token ลงไปถึง 70%" อีกด้วย
💻 และเมื่อเรา vibe code บน Google Antigravity จนพอใจแล้ว สามารถเอาไปทำงานต่อบน Android Studio ต่อได้เลย และทำการ deploy ได้อย่างลื่นไหลอีกด้วย
สำหรับคลิปเต็ม กับของ session อื่น ๆ ขอตัวไปดูก่อนน้า น่าจะเยอะอยู่

“แอพ Android สร้างมาโดยไม่มี Activity เลยได้ไหม?”เราเคยเจอคำถามนี้ตอนสัมภาษณ์งานที่หนึ่งเมื่อนานมาแล้วคำตอบสั้น ๆ คือ “ไ...
20/05/2026

“แอพ Android สร้างมาโดยไม่มี Activity เลยได้ไหม?”
เราเคยเจอคำถามนี้ตอนสัมภาษณ์งานที่หนึ่งเมื่อนานมาแล้ว
คำตอบสั้น ๆ คือ “ไม่ได้” แล้วเพราะอะไร?
เราเลยขอสรุป 3 เหตุผลสำคัญ ว่าทำไมการทำแอป Android ถึงขาด Activity ไปไม่ได้
1️⃣ ต้องมี Entry Point (หรือทางเข้าแอพเรา) ให้ระบบรู้จักจาก AndroidManifest.xml

ตัว OS กำหนดว่า แอพต้องมีอย่างน้อย 1 Activity ที่กำหนด intent-filter เป็น MAIN และใส่ CATEGORY เป็น LAUNCHER (หรือ SPECIAL INTENT อื่น ๆ แล้วแต่กรณี) เพราะ Activity เนี่ย เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง OS และแอพของเรา และแสดง UI แอพของเรา ให้ผู้ใช้งานได้ใช้งานกันอีกด้วย

อีกทั้งเป็นการบอกระบบว่า นี่คือหน้าแรกสุดของแอพเรานะ และทำให้แอพของเรามี icon ไปแสดงบนหน้า Home ของมือถือได้นั่นเอง
2️⃣ ถ้าไม่มี Activity อยู่เลย แอพจะไม่สามารถเปิดใช้งานได้

และระบบของ Google Play Store ก็จะไม่ยอมรับแอพ ที่ไม่มีทางเข้าเหมือนกันนะ

แอปที่ไม่มีทางเข้าแอปพลิเคชันเหมือนกัน เพราะผู้ใช้ไม่สามารถเปิดแอพเราได้นั่นเอง
3️⃣ และที่สำคัญ ต้องมีการ declare ทุก ๆ Activity ในแอพ ใน AndroidManifest.xml ด้วยนะ ไม่เช่นนั้น แอพของเราจะ crash บึ้มใส่ user ผู้ใช้งาน

ดังนั้น ทุก Activity ที่สร้างใหม่ จะต้องไปประกาศใน AndroidManifest.xml เสมอ
สรุปสั้นๆ ก็คือ Activity คือโครงสร้างพื้นฐานที่สุดของการแสดงผลบน Android ที่จะเชื่อมผู้ใช้ เข้ากับแอพของเรา

และทุกแอพต้องมีอย่างน้อย 1 Activity และต้อง declare ที่ AndroidManifest.xml นะ

ถึงแม้สร้างโปรเจกต์ใหม่มันจะเอา MainActivity มาใส่ AndroidManifest.xml ให้แล้วก็ตาม
ว่าแต่เพื่อนๆ คนไหน เคยเจอแอพเด้งใส่หน้า เพราะลืมประกาศ Activity ที่เพิ่งสร้างใหม่ใน AndroidManifest.xml

หรือใครเคยเจอคำถามสัมภาษณ์วัดกึ๋นเกี่ยวกับ Android อะไรน่าสนใจอีก มาคอมเมนต์แชร์กันหน่อยย 👇✨

มาแล้วกับกิจกรรมปาร์ตี้กินพิซซ่ากับเพื่อนประจำปี ในวัน Bitcoin Pizza Dayกับงาน Bitkub Bitcoin Pizza Day 2026 Powered By ...
15/05/2026

มาแล้วกับกิจกรรมปาร์ตี้กินพิซซ่ากับเพื่อนประจำปี ในวัน Bitcoin Pizza Day
กับงาน Bitkub Bitcoin Pizza Day 2026 Powered By Zircuit 🐱🍕

ร่วมเฉลิมฉลองวันประวัติศาสตร์ของวงการคริปโตฯ พร้อมย้อนวันวานภายใต้คอนเซปต์สุดคลาสสิก “มนต์รักเซอร์กิต ปาร์ตี้พิซซ่ามหาสนุกที่บิทคับ” ที่จะพาทุกคนไปสัมผัสเสน่ห์แบบไทยสไตล์ ผสมผสานความร่วมสมัยอย่างลงตัว
ซึ่งวัน Bitcoin Pizza Day เขาจะตรงกับวันที่ 22 พฤษภาคมของทุกปี เพื่อระลึกถึงวันวาน ในวันที่ได้นำเจ้า Bitcoin มาซื้อขายในโลกจริงเป็นครั้งแรก โดยคุณ Laszlo Hanyecz ได้สั่งพิซซ่า 2 ถาดในราคา 10,000 BTC นั่นเอง (อย่าเทียบราคา BTC ปัจจุบันเลย แพงจัด ๆ)
🥳 แล้วในงานมีอะไร?
- สัมผัสบรรยากาศย้อนยุคที่อบอวลไปด้วยมนต์เสน่ห์แบบไทย คลาสสิกและร่วมสมัยอย่างลงตัว จัดเต็มทั้งแสง สี และเสียงสะกดใจ
- ประกวดแต่งตัวย้อนยุคสไตล์ไทย ลุ้นรับเหรียญ ZRC มูลค่ารวมสูงสุด 5,000 บาท
- Panel Discussion สุดพิเศษ เปิดตัว Speaker เร็ว ๆ นี้ รอติดตามกัน
- อิ่มอร่อยไปกับพิซซ่าหลากหลายหน้า
- ร่วมสนุกกับเกมและกิจกรรมสุดพิเศษ
- รับของที่ระลึกพิเศษจาก Zircuit บอกเลยน่ารักสุด ๆ
- พบปะกับคอมมูนิตี้ KOLs วงการคริปโต
- KUBGROOVE ดนตรีสด
กิจกรรมนี้มีในวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569
🕔 เวลา 17.00 - 22.00 น.
📍 สถานที่ ZillaSpace ชั้น 11 อาคาร FYI Center

ฟรีตลอดงานเลยทุกคน
สามารถลงทะเบียนในลิ้งตาม QR Code หรือลิ้ง luma ใต้เม้น ถ้าไม่ลืมแปะน้า

Vibe Coding 101 ปรับพื้นฐานการเขียน code ด้วย AI Agentด้วย Google Antigravityสรุปจาก session “Getting Started with Googl...
13/05/2026

Vibe Coding 101
ปรับพื้นฐานการเขียน code ด้วย AI Agent
ด้วย Google Antigravity
สรุปจาก session “Getting Started with Google Antigravity” โดยคุณ Jirayut Nimsaeng ที่งาน ChaiyoGCP Season 6 Kickoff Event เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา นี่เพิ่งจะได้ดูย้อนหลังเอง แหะ ๆ
🧑‍🚀 Google Antigravity เป็น IDE ที่ base-on VS Code เป็น AI Agent ที่ช่วยในการเขียนโค้ด พยายามเป็น agent และ mission control ในการพัฒนาโปรแกรมให้เรา
🧑‍💻 Vibe Coding คืออะไร? คิดมาเมื่อปีที่แล้ว (2025) โดย Andref Karpathy เราไม่ต้องเขียนโปรแกรมเอง สั่ง AI อย่างเดียว โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่อง programming หรือ coding มาก่อน

คนที่มีพื้นฐาน basic programming เป็นโอกาสในการเรียนรู้ จากที่อ่านหนังสือใด ๆ ใช้ AI ในการเรียนรู้ เพื่อ upskill ตัวเอง ในวิธีการเรียนรู้ที่ถูกต้อง

สำหรับ junior หรือ mid-level ใช้ AI ในการ upgrade ตัวเองเป็น senior ที่นอกจากรู้เรื่อง coding แล้ว ยังมีเรื่อง soft skill ด้วย เช่น เรื่องการสื่อสาร การทำ architecture
3 ขั้นตอนในการ Vibe Coding
1. Think: เรากำลังจะทำอะไร เช่น to-do list web app
2. Build: สร้างของจริงจาก idea
3. Publish: สามารถ deploy app ที่เราทำ ผ่าน Google Cloud Run ได้ทันที

เครื่องมือจากบ้าน Google
- Google AI Studio: เหมาะสำหรับทำ prototype มาก ๆ โชว์ visualize เหมือน Figma สั่งมันว่าอยากได้หน้าตาแบบไหน ทำได้อย่างรวดเร็ว และบางครั้งก็ใช้จริงได้เลย
- Google Antigravity: เหมาะสำหรับเริ่ม coding จริงจัง
- Gemini CLI: เหมาะกับคนที่สุดจะ power user หรือคนชอบใช้ terminal และช่วงหลังตัวนี้ติด limit น้อยสุด แทบจะถามได้แบบ unlimit
🤔 Think
หลักการการคิด ในการทำ prompt
- Give a role: เป็นใคร เช่นเป็น UI/UX Designer, developer, infrastructure
- Define the goal: อยากทำอะไร
- Provide context: เรากำลังจะสร้างอะไรขึ้นมา เราต้องทำตรงนี้ให้ชัดเจน และเคลียร์มากขึ้น
- Does it need AI?: ต้องใช้ AI เข้ามาช่วยใน feature ที่เราจะทำไหม
- Create the vibe:
- Add a visual: อันนี้เป็น optional เราอยากได้หน้าตาเป็นยังไง

เทคนิคการเขียน prompt ต้องเริ่ม vibe coding ก่อน เพื่อให้รู้ว่าทำอะไร แล้วมันแก้ปัญหาอะไร
🏗️ Build
Google Antigravity มี 2 mode คือ coding mode เขียนบน VS Code ธรรมดา กดที่ Open Agent Manager จะไปที่ Agent Manager พร้อม vibe code สั่งภาษาอังกฤษ และภาษาไทยก็ได้เช่นกัน

สามารถสั่ง setting ได้ เช่น
- Artifact → Review Policy: Asks for Review สั่ง agent ไป แล้ว review ทุกครั้ง, Always Proceeds ให้ AI ทำให้หมดเลย
- Terminal → Terminal Command Auto Ex*****on: Always Proceed ให้ execute command ให้เราอัตโนมัติ
- Model มีให้ใช้ 6 ตัว คือ Gemini 3.1 Pro (High), Gemini 3.1 (Low), Gemini 3 Flash, Claude Sonnet 4.5 (Thinking), Claude Opus 4.6 (Thinking) และ GPT-OSS 1208 (Medium) แต่ละตัวถ้าใช้หมด 100% แล้วจะ refresh ในอีกเวลาเท่าไหร่ต่อจากนี้

เราควรเขียน prompt เต็ม ๆ แต่ตอน demo เขียนสั้น ๆ “create todo list web app using Python” ซึ่งมันจะไม่ค่อยดีแหละ

และมี 2 mode คือ Planning และ Fast

โดย Planning มันจะ plan ตัว implementation plan ออกมา สร้าง plan ให้เรานั่งดู และ review มี task ว่าจะทำอะไรบ้าง และมันจะ create มา 2 artifact คือสิ่งที่ AI คิดขึ้นมา มี implemetation plan และ task

ถ้ายังไม่พอใจก็ใส่เพิ่มโดยการเพิ่ม comment ไปได้ เช่น Add browser automated test, run crud, capture screenshot on each operation แล้วกด submit มันจะ improve ตัว implementation plan ซึ่งขั้นตอนนี้ใช้เวลา 70-80% ของการ vibe coding ทั้งหมด

เมื่อพอใจแล้วกด Proceed ได้เลย มันจะทำการ implementation plan มันจะมีความลุ้น คือ ทำทุกครั้ง จะไม่เหมือนกันทุกครั้ง ระหว่างนั้นฝั่ง coding เริ่มมีไฟล์โผล่มาทีละอัน กำลังสร้างไฟล์อะไรขึ้นมาอยู่

ตัว agent สามารถทำ automate test ด้วยการเปิด browser มันจะเทสโดยกดอะไรต่าง ๆ ที่หน้า browser ให้เองเลย หรือจะใช้ playwright ที่ไม่ต้องเปิด browser ก็ได้ แต่มีตัว requirement เยอะเลยจะช้าหน่อย

ระหว่างนี้เราก็นั่ง review ผลลัพธ์ทีละอัน ทีละอัน ว่าโค้ดที่ใส่มานั้น ทำอะไร ต้องเปลี่ยนอะไรไหม มีอะไร concern หรือเปล่า

run 100 ครั้ง ไม่เหมือนกันสักครั้ง ซึ่งมันไม่ดีแน่ ๆ เป็นจุดเริ่มต้นของคนที่ไม่เคยทำ vibe coding มาก่อน เหมาะสำหรับทำ prototype ที่อยากเห็นหน้าตาของมันคร่าว ๆ จากไอเดียของเราก่อน แล้วไปจ้าง developer และ designer ตัวจริง

ต่อมาเริ่มอยากทำอะไรจริงจัง ตัว Google Antigravity จะมีตัว Rules กับ Workflows ใน Customizations เป็น step ถัดไปในการทำ vibe coding

มาใส่ rule ของใน workplace นี้กัน
- code-style-guide.md: เพิ่ม style guide ว่าต้องเป็น PEP 8 style guide นะ เพราะเป็น Python และให้โค้ดทุกอันมี comment
- code-generation-guide.md: เริ่มเป็น power user ฝั่งเดฟ เป็น coding generation guide ว่า ห้ามใส่ logic ทุกอย่างที่ไฟล์ main.py ให้ใส่ในไฟล์ที่เป็น feature นะ

ต่อมาใส่ workflow กัน ในที่นี้คือสั่งให้ agent ทำอะไรซํ้า ๆ บ่อย ๆ เราจะใส่ตัวนึงค้างไว้ เป็น generate-unit-tests.md เพื่อทำ unit test

เมื่อทำเสร็จแล้ว จะมีตัว walkthrough ออกมา ว่าเราได้อะไรบ้าง และการ verification แล้วมี recording การใช้งาน รวมถึง document how to run ด้วย

จากนั้นให้มัน improve ตาม rule ที่เขียนไว้เมื่อกี้ “please improve coding follow by style guide and code generation guide” มันจะเริ่มเปลี่ยนโค้ดมาให้เราอีกรอบนึง

และสั่งทำ unit test จาก workflow ที่สร้างได้ โดย command /generate-unit-tests ซึ่งรอทำเป็น step ถัดไป หลังจาก improve เสร็จ
🧠 Skill เราสามารถสร้างสิ่งนี้ เป็นการบอกว่าให้ AI focus ด้านไหนด้านหนึ่ง เช่น ทำ code review ก็สร้าง folder code-review และสร้างไฟล์ SKILL.md แล้วใส่รายละเอียด skill ในเรื่องนั้น ช่วยแปลงตัวเองเป็น developer code review ให้เรา ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง และ provide feedback ด้วย

การใช้งานพิมพ์ review ตามด้วยไฟล์ที่ต้องการได้เลย “review .py”
คนเราในยุค AI เหนื่อยมากกว่าเดิม เพราะ AI ทำงานเร็ว แล้วเราต้องคิดว่า AI ต้องทำอะไรต่อดี

โค้ดที่เราไม่เข้าใจก็ถาม Gemini ต่อได้ และได้เรียนรู้ code style guide รวมถึง architecture ด้วย

สิ่งที่ต้องทำ ลอง vibe coding เริ่มเขียน rule และ workflow สุดท้าย programmer ไม่ได้หายไป ถีบตัวเองไปเป็น mid-level และ senior เร็วขึ้นด้วยการช่วยเหลือของ AI มี SKILL.md เป็นของตัวเอง กลายเป็น AI Engineer อย่างแท้จริง

เมื่อวานไปเป็น media partner งาน iCreator Camp 2026 ของชาว gen 3 สัปดาห์ที่ 3  ของทาง Rainmaker ให้ครบโควต้า เพราะ week ...
10/05/2026

เมื่อวานไปเป็น media partner งาน iCreator Camp 2026 ของชาว gen 3 สัปดาห์ที่ 3 ของทาง Rainmaker ให้ครบโควต้า เพราะ week ที่เหลือไม่ว่างแล้ววววว
มาถึงปุ๊ป session แรกเริ่มเลอ เกียมตัวแทบไม่ทัน
🔵 Work Smart with AI, Creative Like Creators (ครีเอเตอร์เจนใหม่เข้าใจพรอมพ์) — คุณจิ๊บ - สุรศักดิ์ เหลืองอุษากุล ( จาก BrandBaker)
📝 อันนี้ที่เรารีบโพสมะวาน การใช้ AI สำหรับ content creator หรือจริง ๆ ทุกคนสนใจแบบ AI Agent ไปเลยไหมนะ 🤔
🔵 YouTube Trends & Algorithm 2026 (วิดีโอที่ดีไม่ใช่แค่ไวรัล) — YouTube Thailand
📝 ห้ามถ่ายสไลด์เลยถ่าย speaker มาก่อน รีบอ่านเผื่อต้องโดนล้บบบ
🔵 Editing You Can Feel (ตัดต่อเล่าเรื่องให้ 'ติดตา') — คุณวี - ธัญญ์วารี บุตรราช (WALLEVEE)
📝 อันนี้สนุก ได้ไอเดียเยอะเลย
🔵 Bring Your Mood, Find Your Tone (ศิลปะมู้ดโทนแห่งโลกโปรดักชัน) — คุณกิ๊ฟ - วริษฐา ลีลเศรษฐพร (Gift Lee)
📝 การจัดสีเสื้อผ้าให้คุมโทน และแสงที่ดี ถ่ายคลิปยังไงก็สวยยยย
🔵 Sony Thai — คุณโต - นันทกพ ศรีทัศนการ (Sony Thai)
📝 รู้จัก LUT ก็วันนี้แหละ
🔵 From Idea to Impact! (เทคนิคตั้งคำถามสู่จุดยืนในคอนเทนต์) — คุณไก่ - ณฐพล บุญประกอบ (underDOC Film)
📝 ความอยากใส่ใจทำให้เกิด content มีอยู่จริง เช่นเพจเราเอง 😅
บล็อกใต้เม้นน้า เพราะดีเทลบาง session มีแปะลิ้งใด ๆ ด้วย

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MikkiPastelผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์