30/07/2026
ขาย 500 บาท ทุนสินค้า 200 บาท
กำไร 300 บาทจริงหรอ? 🧐
เจ้าของแบรนด์ออนไลน์หลายคน
คิดเลขนี้ในหัวแทบทุกวันครับ
เพราะดูเหมือนเป็นสมการง่ายๆ
แต่ถ้าเราหยิบแค่ “ทุนสินค้า” มาหัก
แล้วเหมาว่าเงินที่เหลือทั้งหมดคือกำไร
ตัวเลขนั้นอาจผิดตั้งแต่ต้น
เพราะระหว่างที่สินค้าหนึ่งชิ้นขายออกไป
ยังมีต้นทุนอีกหลายก้อนค่อยๆ เข้ามาหัก
ทั้งค่าแอด ค่ากล่อง ค่าแพ็ค ค่าส่ง
และค่าธรรมเนียม Marketplace
=====================
🟡 ลองผ่าบิลครีมหนึ่งกระปุก
สมมติเราขายครีมกระปุกละ 500 บาท
- ราคาขาย: 500 บาท
- หักทุนสินค้า: 200 บาท
- หักค่าแอดเฉลี่ยต่อออร์เดอร์: 100 บาท
- หักค่ากล่อง ค่าแพ็ค และค่าส่ง: 40 บาท
- หักค่าธรรมเนียม Marketplace 10%: 50 บาท
นอกจากทุนสินค้า 200 บาทแล้ว
ยังมีต้นทุนที่เกิดขึ้นตามการขาย
ซ่อนอยู่อีกตั้ว 190 บาท!!
เงินที่เหลือจากการขายครีมหนึ่งกระปุก
จึงไม่ใช่ 300 บาท
แต่เหลือแค่ 110 บาท
และ 110 บาทนี้
ยังไม่ใช่กำไรจริงๆของธุรกิจ
เพราะเงินก้อนนี้ยังต้องถูกนำไปจ่าย
ต้นทุนคงที่ของธุรกิจอีก
เช่น ค่าเช่า เงินเดือนทีม
และค่าระบบรายเดือนอีก
=====================
🟢 ต้นทุนผันแปร กับ ต้นทุนคงที่
ต้นทุนผันแปร (Variable Cost)
คือต้นทุนที่ยิ่งขายมากก็ยิ่งจ่ายมาก
เช่น ทุนสินค้า ค่าแอด ค่าส่ง ค่าแพ็ค
และค่าธรรมเนียม Marketplace
ต้นทุนกลุ่มนี้ช่วยตอบว่า
ทุกครั้งที่ขายสินค้าเพิ่มอีกหนึ่งชิ้น
ธุรกิจเหลือเงินมาช่วยแบกค่าใช้จ่ายส่วนอื่นเท่าไหร่
ส่วนต้นทุนคงที่ (Fixed Cost)
คือต้นทุนที่ต้องจ่ายเป็นประจำ
ไม่ว่าเดือนนั้นจะขายได้มากหรือน้อย
เช่น ค่าเช่า เงินเดือนทีมประจำ
และค่าระบบรายเดือน
(ยกเว้นว่าเราจะมีการลงทุนเพิ่ม)
ต้นทุนกลุ่มนี้ช่วยตอบว่า
ธุรกิจต้องขายกี่ชิ้น
จึงจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด
และเริ่มมีกำไร
=====================
🔵 แล้วต้องขายกี่กระปุกถึงจะเริ่มกำไร?
สมมติธุรกิจมีต้นทุนคงที่เดือนละ 55,000 บาท
และครีมหนึ่งกระปุกเหลือเงินหลังหักต้นทุนผันแปร 110 บาท
55,000 ÷ 110 = 500 กระปุก
(ปล. 110 บาท คือราคาขายที่หักพวกต้นทุนผันแปรแล้ว)
หมายความว่า
ธุรกิจต้องขายให้ได้ 500 กระปุก
จึงจะมีเงินเพียงพอสำหรับครอบคลุมต้นทุนคงที่
หรืออยู่ที่จุดเท่าทุน
ส่วนกระปุกที่ 501 เป็นต้นไป
จึงเริ่มสร้างกำไรให้ธุรกิจจริงๆ
ภายใต้เงื่อนไขว่าต้นทุนต่างๆ ยังเท่าเดิม
=====================
🟢 แยกต้นทุนเป็นแล้ว ตัดสินใจแม่นขึ้น
1. ตั้งราคาได้ถูกขึ้น
เพราะรู้ว่าหลังขายสินค้าแต่ละชิ้น
มีเงินเหลือจริงเท่าไหร่
การลดราคาเพียงเล็กน้อย
อาจกินเงินที่เหลือจากการขายไปเกือบหมด
2. เลือกสินค้าที่ควรดันได้ดีขึ้น
สินค้าขายดีไม่ได้แปลว่าเป็นสินค้าที่ทำกำไรดีที่สุดเสมอไป
บางตัวขายเยอะ แต่เหลือเงินต่อชิ้นน้อย
ขณะที่บางตัวขายน้อยกว่า
แต่สร้างกำไรให้ธุรกิจได้มากกว่า
3. ตั้งเป้ายอดขายอย่างมีเหตุผล
แทนที่จะตั้งเป้าจากความรู้สึก
เราจะรู้ว่าต้องขายอย่างน้อยกี่ชิ้น
เพื่อให้ธุรกิจไม่ขาดทุน
และต้องขายเพิ่มอีกเท่าไหร่จึงจะได้กำไรตามเป้า
=====================
ราคาขาย ลบ ทุนสินค้า
ยังไม่ใช่กำไร
มันเป็นเพียงตัวเปิดครับ
กำไรจริงจะเริ่มชัดขึ้น
เมื่อเราแยกให้ออกว่า
ต้นทุนก้อนไหนเพิ่มตามยอดขาย
และต้นทุนก้อนไหนต้องจ่ายอยู่แล้วทุกเดือน
ขอบคุณมากๆ ครับ 🙏