Yam Yam Yeepun 9

Yam Yam Yeepun 9 อัพเดทข่าวสารทุกแวดวงในญี่ปุ่น แล้วท่านจะได้รู้ทุกซอกทุกมุมในญี่ปุ่นทันที

อัพเดทข่าวสารทุกแวดวงในญี่ปุ่น ! ทั้งร้านอร่อย, ความสวยความงาม รวมไปถึงชีวิตนักธุรกิจ เพียงแค่ติดตามเราแล้วท่านจะได้รู้จักทุกซอกทุกมุมในญี่ปุ่นทันที ♪

【ญี่ปุ่นออกน้ำผักชี!!??】ช่วงนี้อาหารไทยกำลังเป็นนิยมในญี่ปุ่นอย่างมาก โดยเฉพาะ"ผักชี" ฮิตถึงขั้นมีการเปิดร้านอาหารที่ขาย...
31/03/2017

【ญี่ปุ่นออกน้ำผักชี!!??】

ช่วงนี้อาหารไทยกำลังเป็นนิยมในญี่ปุ่นอย่างมาก โดยเฉพาะ"ผักชี" ฮิตถึงขั้นมีการเปิดร้านอาหารที่ขายเฉพาะเมนูผักชี(สลัดผักชี ผัดผักชี เป็นต้น) นอกจากนี้ก็ยังมีสินค้าต่างๆอย่าง ยากิโซบะรสผักชี หรือน้ำสลัดผักชี ออกมาวางขายมากมาย
และในที่สุดตอนนี้ญี่ปุ่นก็ได้ทำน้ำผักชีออกมาขายแล้ว (ขนาดไทยเองยังไม่กล้าทำขายเลย คิดได้จริงๆ)

เวิลด์เลมอนเนด น้ำผักชีผสมเลมอนเนด
สนราคาอยู่ที่ 140 เยน (ประมาณ 42 บาท)
ลองดมกลิ่นแล้วเหมือน....น้ำแกงข้าวมันไก่แบบที่เขามีโรยผักชีอยู่ข้างบนมากค่ะ
ส่วนรสชาดก็เหมือนน้ำมะนาวทั่วไปค่ะ เพียงแต่แอบขมๆหน่อยกับมีรสผัดชีนิดๆ

โดยรวมแล้วก็รสชาดโอเคแปลกดีค่ะ คนญี่ปุ่นเขาก็ช่างคิดเอาอะไรต่อมิอะไรมาผสมกัน ช่วงนี้ใครมาญี่ปุ่นก็ลองไปหาดูได้ตามร้านเซเว่นทั่วไปค่ะ เที่ยวต่อไปจะมีสินค้าผักชีอะไรแปลกๆออกมาอีก ต้องคอยติดตามกันนะคะ

#น้ำผักชี #ผักชี #ญี่ปุ่น #สินค้าญี่ปุ่น

ลิ้มลองเนื้อชั้นเลิศแบบสบายๆ แนะนำร้านเนื้อย่าง “ยืนกิน” รสเลิศในโอซาก้า ร้านที่ 1เวลาอยากจะเอาใจใคร เวลาอยากจะให้รางวัล...
04/01/2016

ลิ้มลองเนื้อชั้นเลิศแบบสบายๆ แนะนำร้านเนื้อย่าง “ยืนกิน” รสเลิศในโอซาก้า ร้านที่ 1


เวลาอยากจะเอาใจใคร เวลาอยากจะให้รางวัลกับตัวเอง หรือเวลาอยากจะฉลองโอกาสพิเศษอะไร หลายๆคนไม่ว่าจะชายหรือหญิงก็มักจะนึกถึงเนื้อย่าง เนื้อสเต็ก หรือเนื้อชาบชาบูกันเป็นส่วนใหญ่ ในปัจจุบันนี้ที่ประเทศญี่ปุ่นมีร้านอาหารรูปแบบใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย และร้านเนื้อรูปแบบใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมตอนนี้ก็ได้แก่ ร้านเนื้อย่างแบบ “ยืนกิน” ที่ถึงจะไปคนเดียวไม่มีเพื่อนร่วมแกงค์ก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้แบบไม่ต้องแคร์สื่อแคร์สายตาใคร ในโอกาสนี้เราจึงของแนะนำร้านเนื้อในแถบโอซาก้าที่สามารถ “ยืนกิน” หรือเข้าไปใช้บริการได้ง่ายๆไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมายมานำเสนอกันค่ะ โดยร้านแรกที่เราอยากนำเสนอได้แก่


ร้านเนื้อย่างบนถังเหล็กแบบเกาหลี


“Soso Calbee gyuuten” ร้านนี้เป็นร้านเนื้อย่างที่นำถังเหล็กขนาดใหญ่มาทำเป็นโต๊ะที่นั่งที่สามารถใช้เป็นเตาย่างเนื้อไปในตัวได้ ตั้งอยู่ใกล้สถานี “Nakazaki chou (中崎町)” ของรถไฟใต้ดินที่โอซาก้า โดยเจ้าของร้านได้ไอเดียการแต่งร้านมาจากร้านเนื้อย่างโซโซมนนุนคารุบิจิ ในเมืองชินจองและกรุงโซลที่ประเทศเกาหลีนั่นเอง
โดยร้านต้นตำหรับที่เกาหลีนั้นจะมีเฉพาะที่ยืนกิน ในส่วนของเมนูก็มีแค่เนื้อคาลบี้เท่านั้น แต่ที่ร้าน “Soso Calbeegyuuten” นั้น ทางร้านได้ปรับสไตล์ให้ใกล้เคียงกับร้านเนื้อย่างแบบญี่ปุ่น โดยนอกจากจะมีโต๊ะแบบยืนกินแล้วยังมีที่นั่งสำหรับนั่งรับประทานด้วย ในส่วนของเมนูอาหารก็มีเมนูเสริมต่างๆนอกเหนือจากเนื้อคาลบี้เช่นกัน


เนื้อรสเลิศกับน้ำจิ้มรสเด็ด


และหากพูดถึงร้าน Soso Calbeegyuuten สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือ น้ำจิ้มสูตรพิเศษของร้านที่ทำจากน้ำซุปและโชยุ ผสมด้วยกระเทียมและต้นหอม ขณะที่กำลังย่างเนื้อไป เมื่อน้ำจิ้มเริ่มลดน้อยลงพนักงานในร้านก็จะคอยเติมน้ำซุปสูตรพิเศษนี้ให้อยู่เรื่อยๆ วิธีการกินของร้านก็ยังมีรูปแบบพิเศษไม่เหมือนใคร โดยทางร้านจะวางน้ำจิ้มสูตรพิเศษที่ว่านี้ไว้บนกะทะย่างเนื้อ ให้เราสามารถจิ้มเนื้อย่างลงในน้ำจิ้มที่เดือดปุดๆอยู่บนกะทะได้ทันที ท่านจะได้ลิ้มลองรสชาติและความเหนียวนุ่มของเนื้อย่างที่ผสมผสานกับรสกลมกล่อมของน้ำจิ้มได้อย่างลงตัว


เมนูเด่นของร้านก็มี “เนื้อคาลบี้ติดกระดูก”(950 เยน) ที่จะจัดเสริฟ์เป็นโครงเนื้อคาลบี้ทั้งโครงให้ย่างบนกะทะ แล้วจึงค่อยใช้กรรไกรตัดแบ่งเป็นชิ้น จิ้มลงในน้ำจิ้มสูตรเด็ดก่อนรับประทาน นอกจากนี้ยังมีเมนูเสริมอย่าง “ไส้กรอกวินเนอร์แดง” (410 เยน) ที่ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเช่นกัน


ทางเจ้าของร้านกล่าว่า “เดิมทีไส้กรอกวินเนอร์แดงนี้ ทางร้านตั้งใจจะให้ลูกค้าย่างก่อนแล้วจึงจิ้มน้ำจิ้มกิน แต่ไปไปมามาลูกค้าส่วนใหญ่กลับเอาไส้กรอกใส่ในน้ำจิ้มแล้วปล่อยให้ต้มจนน้ำจิ้มเข้าเนื้อจากนั้นจึงค่อยรับประทานกัน คงเป็นเพราะพอได้เอาไปต้มพร้อมกัน น้ำจิ้มถึงได้เข้าเนื้อมากขึ้นรสชาติก็เลยยิ่งกลมกล่อมขึ้นก็เป็นได้”
เมนูปิดท้ายที่ต้องลองก็มี Tsuke udo (อุดงแบบแยกน้ำกับเส้นต่างหาก) ที่ใช้น้ำจิ้มสูตรพิเศษเป็นเบสในการปรุง ช่วยให้ท่านได้ลิ้มลองรสชาติของน้ำจิ้มสูตรเด็ดของทางร้านได้อย่างจุใจ



●รายละเอียดร้าน
Soso Calbee gyuuten
ที่ตั้ง: Osaka-fu Osaka-shi kita-ku Nakazaki 2-1-1 Ogawa Building 1FL
เวลาทำการ: 17: 00-23: 30 น.
วันหยุด: ไม่มี
*รายละเอียดและราคาที่ระบุในบทความเป็นข้อมูลที่รวบรวมเมื่อเดือนตุลาคม 2015 (ราคารวมภาษี)


เที่ยวนี้ประเดิมด้วยร้านแรกกันไปก่อน ยังมีร้านเด็ดๆที่ต้องหาโอกาสไปลิ้มลองอีกมาก อย่าลืมติดตามร้านต่อไปที่เราจะนำมาแนะนำกันด้วยนะครับ


ประวัติผู้เขียน: Naka Naoteru(中 直照)

นักเขียนบทความ เกิดที่จังหวัดโอซาก้า มีประสบการณ์การทำงานในสำนักพิมพ์หลายแห่ง ปัจจุบันนี้ได้แยกตัวมาเป็นนักเขียนอิสระ และได้ก่อตั้งบริษัท Short Cappuccino Inc. ขึ้นในปี 2011 มีผลงานการสัมภาษณ์ผู้บริหารบริษัท และเขียนบทความลงในนิตยสารต่างๆหลากหลายสาขา นอกจากนี้ยังมีผลงานด้านการผลิตและออกแบบคอนเทนท์บนเว็บไซต์ต่างๆอีกด้วย


บทความนี้แปลและเรียบเรียงมาจากบทความข่าวใน Mynavi News
ประจำวันที่ 10 พฤศจิกายน 2015
http://news.mynavi.jp/articles/2015/11/10/yakiniku/

男女問わず、元気をつけたい時、何かがうまくいった時、29日(ニクの日)の時……何かと理由を付けてでも食べたくなるのが「焼き肉」だ。近頃はおひとり様でも入りやすいせいか、新しい焼き肉スタイルとして「立ち食い」が定着しつつあるという。今回は、大阪で「立ち食い」ができる焼き肉屋を3軒ピックアップして紹介しよう。

03/01/2016

จัดอันดับโรงแรมแคปซูลน่าพักในโตเกียว 20 อันดับ (ครึ่งหลัง)

เที่ยวที่แล้วเราจะได้นำโรงแรมแคปซูลอันดับที่ 20 ถึง 11 มาแนะนำกันไปแล้ว เที่ยวนี้เราลองมาดู 10 อันดับที่เหลือกันครับ แต่ก่อนหน้านั้นขอแนะนำผู้เชี่ยวชาญที่เรานำบมความมาแนะเสนอกันอีกรอบก่อนนะครับ

เจ้าของบทความที่เราขอมานำเสนอกันในครั้งนี้นั้น เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้เขาเคยได้ไปลองใช้บริการโรงแรมแคปซูลในโตเกียวมาเป็นจำนวนกว่า 60 โรงแรม เรียกว่าไปลองมาหมดจนเกือบจะครบทุกที่ ถ้าไม่รวมโรงแรมที่เข้าพักได้เฉพาะผู้หญิงเท่านั้น (สำรวจล่าสุดเมื่อปี 2014) และจากประสบการณ์ที่ได้ไปลองพักมามายมากหลากหลายที่ ผู้เขียนจึงอยากนำประสบการมาแนะนำ 20 โรงแรมน่าพักให้กับผู้อ่านหลายๆท่าน โดยครั้งนี้เราจะขอแนะนำอีก 10 อันดับเพิ่มเติมต่อจากครั้งที่แล้วนะครับ

แต่ถึงจะบอกว่าเป็นโรงแรมน่าพักก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่ไหนในโลกต่างก็มีทั้งข้อดีข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น ในการจัดอันดับในครั้งนี้ทางผู้เขียนได้ประเมิณจากหลายๆส่วน ทั้งห้องอาบน้ำ พื้นที่ส่วนรวม ความสะอาด ความสะดวกสบาย โดยเป็นการประเมิณจากมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเองเป็นหลัก ถ้าผู้อ่านท่านใดจะเอาไปเป็นข้อมูลในการตัดสินเลือกที่พัก ผู้เขียนก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ


อันดับที่ 10 : Capsule Hotel & Sauna Miduho Hokuou (Ueno)
http://www.saunahokuou.com/
โรงแรมแคปซูลในเขต Ueno นั้นส่วนใหญ่จะรวมตัวอยู่บริเวณแถบถนน Ameyoko แต่ทว่าโรงแรมแคปซูลนี้จะตั้งอยู่ห่างจากรถไฟ JR สถานี Ueno ฝั่งทางออก Asakusa เดินประมาณ 1 นาที ถือว่าเป็นทำเลทองที่เดินทางเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ภายในโรงแรมยังมีที่อาบน้ำแร่กลางแจ้งซึ่งใช้ “น้ำแร่ togoal เสมือนธรรมชาติ” ที่เกิดจากแร่ธรรมชาติบริเวณแถบบ่อน้ำแร่ Tochiomata onsen จังหวัด Niigata และยังตกแต่งด้วยบรรยากาศเปิดโล่งให้ความรู้สึกเป็นอิสระจนต้องนำมาเล่าต่อกันฟัง นอกจากนั้นภายในอาคารยังสว่างสดใสให้ความรู้สึกสะอาดสะอ้าน ในส่วนของห้องแคปซูลบริเวณชั้น 2 – 4 ก็เป็นแคปซูลที่มีขนาดใหญ่กว่าแคปซูลแบบปกติประมาณ 1 เท่าตัว
ที่ตั้ง : Taitou-ku Ueno 7 choume 2-16 (เดิน 1 นาทีจากรถไฟ JR สถานี Ueno)


อันดับที่ 9 : Sauna & Capsule New Wink (Kinshichou)
http://new-wing.com/
Kinshichou เป็นย่านร้านค้าซึ่งนั่งรถไฟจากสถานี Akihabara ประมาณ 7 นาที และภายในย่าน Kinshichou นี้ก็มีโรงแรมแคปซูลอยู่บ้างพอสมควร ซึ่งในบรรดาโรงแรมเหล่านั้นโรงแรมแคปซูลแห่งนี้ถือเป็นโรงแรมแนะนำติดอันดับแห่งหนึ่งทีเดียว ภายในโรงแรมจะมีที่อาบน้ำแร่ซึ่งเป็นน้ำแร่แคลเซียมฟุตามาตะ (น้ำแร่จากบ่อน้ำแร่ฟุตามาตะในฮอกไกโด) ทั้งยังมีห้องอบซาวน่าถึง 2 ประเภท ช่วยให้ผู้เข้าพักได้ผ่อนคลายหายเหนื่อยอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่เพียงเท่านั้นภายในโรงแรมยังมีห้องเธียเตอร์และมุมหนังสือการ์ตูนจัดเตรียมไว้อย่างครบครัน ภายในแคปซูลที่นอนก็ยังมีผ้าหมขนเป็ดชั้นดีให้ท่านได้หลับสบายจนถึงเช้า
ที่ตั้ง : Sumida-ku Koutoubashi 2 choume 6-11 (เดิน 3 นาทีจากรถไฟ JR สถานี Kinshichou)

อันดับที่ 8 : Sauna & Capsule Hotel Dandy (Ueno)
http://www.u-excellent.com/dandy/index.html
บริเวณเขต Ueno นั้นนอกจากจะมีสถานี JR Ueno และมีสถานี Okachimachi ใกล้ๆ แล้วยังอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินเมโทร ถือเป็นทำเลทองที่สามารถเดินทางเข้าถึงได้สะดวก และเป็นย่านที่มีโรงแรมแคปซูลผุดขึ้นเป็นจำนวนมากอีกด้วย โดยโรงแรม Sauna & Capsule Hotel Dandy นี้จัดเป็นโรงแรมแนะนำติดอันดับโรงแรมหนึ่งในบรรดาโรงแรมแคปซูลจำนวนมากเหล่านั้น ภายในโรงแรมจะมีไดนิ่ง บาร์และพื้นที่ส่วนรวมที่ช่วยอำนวยความสะดวกอย่างพร้อมเพรียง ภายในโรงแรมก็สว่างไสวและตกแต่งอย่างมีระดับ ซึ่งส่วนใหญ่โรงแรมแคปซูลมักจะเป็นอาคารแบบเก่าที่ให้บรรยากาศอึมครึม แต่โรงแรมแคปซูลนี้จะตกแต่งอย่างมีระดับและดูดีมีสไตล์ นอกจากนี้โรงอาบน้ำขนาดใหญ่แบบเปิดโล่งภายในโรงแรมก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน
ที่ตั้ง : Taitou-ku Ueno 2 choume 6-11 (เดิน 1 นาทีจากรถไฟใต้ดินสาย Ginza สถานี Uenohirokouji)

อันดับที่ 7 : First Cabin Akihabara (Akihabara)
http://first-cabin.jp/locationlist/akihabara.html
โรงแรมนี้เป็นโรงแรมแคปซูลแบบคาบิน (โรงแรมแคปซูลที่มีมีโต๊ะ เก้าอี้ หรือพื้นที่ส่วนตัวนอกจากเตียงแคปซูลอย่างเดียว) โดยคอนเซ็ปต์ของโรงแรมจะเน้นที่ “ความกะทัดรัด & ความหรูหรา” แบบที่นั่งเฟิร์สคลาสบนเครื่องบิน ปัจจุบันนี้โรงแรมแคปซูลที่ผู้หญิงสามารถเข้าใช้บริการได้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ซึ่งโรงแรมแห่งนี้ก็มีการแยกลิฟท์ชายหญิงและใส่ใจกับระบบการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ผู้เข้าใช้บริการทุกคนจะสามารถใช้บริการภายในเลานจ์ของโรงแรมที่ชั้น 1 ได้ตามสะดวก แม้ว่าจะยังไม่ได้เข้าเช็คอินหรือว่าจะเช็คเอ้าท์ออกไปแล้วก็ตาม
ที่ตั้ง : Chiyoda-ku Kandasakumachou 3-38 (เดิน 4 นาทีจากรถไฟ JR สถานี Akihabara)


อันดับที่ 6 : Green Plaza Shinjuku (Shinjuku)
http://www.hgpshinjuku.jp/
โรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมแคปซูลที่มีชื่อเสียง และตั้งอยู่ในทำเลทองบริเวณคาบุกิโจ โดยนอกจากจะมีอาคารเฉพาะสำหรับผู้ชายแล้วยังมี ยังมีอาคารเฉพาะสำหรับผู้หญิงอีกด้วย นอกจากนี้โรงอาบน้ำขนาดใหญ่ของโรงแรมก็ยังมีการจัดเตรียมเครื่องอำนวยความสะดวกไว้พร้อมสรรพจนต้องนำมาเล่าสู่กันฟัง ในส่วนของพื้นที่ส่วนรวมบริเวณทางเข้า ทางเชื่อมต่อจากทางเข้าไปถึงบริเวณโซนพื้นที่ที่ตั้งแคปซูล และระบบต่างๆก็ใช้งานง่าย สะดวกสบายเป็นเริ่ด ภายในโรงแรมก็มีร้านอิซากะยะ (ร้านเหล้าแบบญี่ปุ่น) และร้านคาเฟ่ให้บริการอยู่ด้วย แต่เนื่องจากโรงแรมตั้งอยู่ในทำเลทองย่านคาบุกิโจด้วยแล้ว บริเวณรอบๆโรงแรมจึงมีร้านอาหารต่างๆอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน
ที่ตั้ง : Shinjuku-ku Kabukichou 1 choume 29-2 (เดิน 1 นาทีจากรถไฟสาย Seibu shinjuku สถานี Seibu shinjuku)



อันดับที่ 5 : Luxury Capsule Hotel Anshin Oyado Shinbashi Ekimae Branch (Shinbashi)
http://www.anshin-oyado.jp/shinbashi/
โรงแรมแคปซูล Luxury Capsule Hotel Anshin Oyado ซึ่งมีสาขาในโตเกียว 3 สาขานั้นมีจุดเด่นตรงที่ “อยู่ใกล้สถานี” โดยทุกสาขาจะอยู่ใกล้สถานี เดินจากสถานีไม่เกิน 2 นาที โดยเฉพาะสาขา Shinbashi นั้นอยู่ห่างจากสถานีเพียงแค่ 30 วินาทีเท่านั้น ทำเลที่ตั้งก็อยู่ในบริเวณที่มีร้านอาหารต่างๆเป็นจำนวนมาก ช่วยอำนวยความสะดวกสบายได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้เครื่องนอนที่ทางโรงแรมใช้ก็ยังเป็นเครื่องนอนของบริษัท SIMMONS (บริษัทจัดจำหน่ายเครื่องนอนเกรดดีชั้นสูงของญี่ปุ่น) ถือเป็นธุรกิจแฟรนไชส์โรงแรมแคปซูลแบบใหม่ชั้นแนวหน้าทีเดียว จากเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆที่กล่าวมานี้ ฟังดูแล้วอาจจะให้ความรู้สึกเหมือนเป็นโรงแรมที่รองรับผู้เข้าพักผู้หญิง แต่ทว่าโรงแรมแคปซูล Luxury Capsule Hotel Anshin Oyado ทั้ง 3 สาขานี้จะให้บริการเฉพาะผู้เข้าพักผู้ชายเท่านั้น
ที่ตั้ง : Minato-ku Shinbashi 3 choume 21-6 (เดิน 30 วินาทีจากรถไฟ JR สถานี Shinbashi)

อันดับที่ 4 : Luxury Capsule Hotel Anshin Oyado Akihabara Denkigai Branch (Akiharaba)
http://www.anshin-oyado.jp/akihabara/
โรงแรมนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่เข้าถึงได้ง่าย เมื่อออกจากทางออก Denkigai สถานี รถไฟ JR Akihabara แล้วเดินออกมาทางถนน Chuuou Doori ไปยังฝั่งสะพาน Mansei bashi ประมาณ 2 นาทีก็จะถึงที่ตั้งโรงแรม โดยฝั่งตรงข้ามของโรงแรมจะมีร้าน “Pasela Resorts Akiba Multi Entertainment” ศูนย์รวมมัลติเอ็นเตอร์เทรนเมนต์ยอดนิยมซึ่งเป็นเครือเดียวกันกับทางโรงแรม โดยด้านบนของตึกจะมีป้ายโฆษณาฮันนี่โทสของร้านขนาดใหญ่ตั้งเด่นดึงดูดสายตาของผู้ที่ผ่านไปผ่านมาในบริเวณนั้น
ที่ตั้ง : Chiyoda-ku Sotokanda 1 choume 2-12 (เดิน 2 นาทีจากรถไฟ JR สถานี Akihabara)


อันดับที่ 3 : First Cabin Haneda Terminal 1 (Haneda)
http://first-cabin.jp/locationlist/haneda-terminal1.html
โรงแรมแคปซูลแห่งนี้นอกจากจะมีสาขาในโตเกียวอยู่ 4 สาขาแล้ว ทางโรงแรมยังวางแผนที่จะขยายสาขาไปยังจังหวัด Kyoto, Oosaka, และ Fukuoka อีกด้วย โดยพื้นที่ในแคปซูลของทางโรงแรมจะมีพื้นที่กว้างระหว่างเตียงกับเพดาน มีลักษณะเป็นแคปซูลแบบคาบิน ต่างจากโรงแรมแคปซูลทั่วไฟที่จะมักจะนำพื้นที่แนวตั้งในส่วนนั้นมาทำเป็นแคปซูลนอนเพิ่ม โดยโรงแรมนี้ได้เปิดทำการภายในสนามบินฮาเนดะ เทอมินอล 1 ตั้งแต่เมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา คอนเซ็ปต์ของโรงแรมก็นำมาจากการตกแต่งภายในบนเครื่องบิน โดยจะมีการแบ่งพื้นที่นอนบริเวณคาบินเป็น 2 ระดับ ได้แก่ “ชั้นเฟิร์สคลาส” และ “ชั้นบิสิเนส” ในส่วนของชั้นบิสิเนสนั้นจะมีพื้นที่ส่วนตัว 2.2 ตร.ม. และเตียงกว้างขนาด 100 ซม. ส่วนชั้นเฟิร์สคลาสจะมีพื้นที่ส่วนตัว 4.4 ตร.ม. และเตียงกว้างขนาด 120 ซม.
※ผู้เข้าพักผู้หญิงสามารถเข้าพักได้
ที่ตั้ง : Oota-ku Haneda Kuukou 3 choume 3-2 (ชั้น 1 สนามบินฮาเนดะ เทอมินอล 1)

อันดับที่ 2 : Capsule Hotel SLEEPS Kitasenju (Kitasenju)
http://kitasenju-capsule.com/
โรงแรมแคปซูลที่ตั้งอยู่ในเขต Kitasenju นี้ไม่เพียงภายนอกจะดูดีมีสไตล์ด้วยสีโทนเดียวแล้ว ภายในยังมีบาร์หรูตกแต่งอย่างมีสไตล์ไม่แพ้ภายนอกอีกด้วย โดยปกติแล้วโรงแรมส่วนใหญ่มักจะใช้รองเท้าแตะพลาสติกแบบที่นำมาใช้งานต่อได้อีก แต่ที่นี่ทางโรงแรมจะเตรียมรองเท้าแตะทำจากผ้าให้เป็น “รองเท้าแตะที่สามารถนำกลับได้” ในส่วนของที่อาบน้ำรวมก็มีอ่างจากุซซี่จัดเตรียมไว้ให้พร้อม ในพื้นที่ส่วนที่เป็นแคปซูลนอนก็ดูดีมีระดับ และสะอาดปลอดภัย
ที่ตั้ง : Adachi-ku Senjunakachou 40-9 (เดิน 2 นาทีจากรถไฟใต้ดินสาย Chiyoda สถานี Kitasenju)


อันดับที่ 1 : Luxury Capsule Hotel Anshin Oyado Premium Shinjuku Ekimae Branch (Shijuku)
http://www.anshin-oyado.jp/shinjuku/
หลังจากที่โรงแรม Luxury Capsule Hotel Anshin Oyado สาขา Shinbashi และ Akihabara ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทางโรงแรมก็ได้เปิดสาขาใหม่ขึ้นที่ Shinjuku โดยเพิ่มความพิเศษ ความพรีเมี่ยมมากขึ้น โดยคอนเซ็ปต์ “โรงแรมแคปซูล” กับ “ความอลังการ” ของทางโรงแรมนั้น ฟังดูผิวเผินแล้วอาจจะดูเหมือนเป็นอะไรที่ตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง แต่ทว่าหากได้ลองเข้าไปเช็คอินในโรงแรมแห่งนี้ ท่านจะได้สัมผัสกับความอลังการอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ซุปมิโซะ กระทั่งเก้าอี้นวดที่ผู้เข้าพักสามารถใช้บริการกันได้ฟรีๆ
ที่ตั้ง : Shijuku-ku Shinjuku 4 choume 2-10 (เดิน 1 นาที 30 วินาทีจากรถไฟ JR สถานี Shinjuku)

และนี้ก็เป็น 20 โรงแรมแคปซูลน่าพักที่อยากแนะนำในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่โรงแรมแคปซูลในโตเกียวเท่านั้น ปัจจุบันนี้โรงแรมตามเมืองใหญ่ต่างๆก็กำลังคิดค้นและสร้างอาคารสิ่งอำนวยความสะดวกแบบใหม่ๆขึ้นมากมาย ในโอกาสหน้าทางผู้เขียนก็อยากจะขอนำโรงแรมแปลกๆเด่นๆมาแนะนำให้แก่ทุกท่านเช่นกัน


※บทความนี้สัมภาษณ์เมื่อเดือนสิงหา 2015


ประวัติผู้เขียน : Takizawa Nobuaki
นักวิเคราะห์วิจารณ์การโรงแรม นักเขียนแนะนำการท่องเที่ยว บรรณาธิการหนังสือแนะนำเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับโรงแรม และข้อมูลข่าวสารเฉพาะทางเกี่ยวกับการโรงแรม ทั้งยังเป็นสมาชิกของสมาคมนักเขียนเรื่องราวการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีผลงานการเขียน บทความ งานวิพากวิจารณ์เกี่ยวกับโรงแรมหรือที่เรียวกัง (ที่พักแบบญี่ปุ่นสมัยเก่า) ที่เขียนจากมุมมองของผู้เข้าใช้บริการเป็นหลัก นอกจากนี้ยังเคยมีผลงานออกโทรทัศน์ และวิทยุต่างๆมากมาย โดยในปี 2014 เคยได้ทดลองเข้าพักในโรงแรมต่างๆไม่ซ้ำกันตลอด 365 วัน 356 คืน

บทความนี้แปลและเรียบเรียงมาจากบทความข่าวใน Mynavi News
ประจำวันที่ 20 ตุลาคม 2015
http://news.mynavi.jp/articles/2015/10/20/capsule/

“โดราเอมอน x เฮลโหลคิตตี้” เปิดตัวซีรี่ย์คู่หูใหม่! “ขนมปังช่วยจำ”บริษัท Sanrio ได้ร่วมมือกับบริษัทฟุจิโกะ F ฟุจิโอะ โปร...
02/01/2016

“โดราเอมอน x เฮลโหลคิตตี้” เปิดตัวซีรี่ย์คู่หูใหม่! “ขนมปังช่วยจำ”


บริษัท Sanrio ได้ร่วมมือกับบริษัทฟุจิโกะ F ฟุจิโอะ โปร ในโปรเจคพิเศษระหว่างคาแรคเตอร์ชื่อดังโดราเอมอนกับแมวเฮลโหลคิตตี้ ออกสินค้าน่ารักซีรี่ย์ใหม่ “โดราเอมอน x เฮลโหลคิตตี้” ที่ออกแบบเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าผู้ใหญ่มาวางขายตามร้าน Sanrio Shop (ทั่วประเทศญี่ปุ่น) และ Sanrio Onlineshop เมื่อวันพุธที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา


โดยสินค้าที่ผลิตขึ้นในครั้นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก “ขนมปังช่วยจำ” ขนมปังที่เพียงแค่เอาไปทาบกับสิ่งที่ต้องการจำให้ติดเป็นรอย แล้วนำมารับประทาน เพียงเท่านั้นคนคนนั้นก็จะสามารถจดจำสิ่งที่ทาบอยู่ในขนมปังได้ทันที ซึ่งขนมปังช่วยจำนี้ถือเป็นอุปกรณ์พิเศษชิ้นหนึ่งของโดราเอมอนที่ใครๆต่างก็อยากได้มาช่วยเพิ่มความจำสมัยเด็กๆ และขนมปังช่วยจำที่จัดจำหน่ายในครั้งนี้ก็ทำจากปุยฝ้ายฟูนุ่มคล้ายขนแกะ สัมผัสแล้วให้ความรู้สึกเหมือนเนื้อขนมปังที่นุ่มฟูสมจริง


นอกจากนั้นยังมี กระเป๋าใส่ของจุกจิกที่ดีไซส์เป็นทรง “กระเป๋า 4 มิติ” ของโดราเอมอน, พวกกุญแจที่พลิกกลับด้านแล้วเป็นลาย “ผ้าคลุมกาลเวลา” เป็นต้น เป็นเซตสินค้าที่มีการเน้นอารมณ์สนุกสนานสมัยเด็กมาทำเป็นสินค้าเอาใจผู้ใหญ่ในยุคสมัยนี้กัน


สินค้าซีรี่ย์ใหม่ “โดราเอมอน x เฮลโหลคิตตี้” นี้เริ่มวางจำหน่ายแล้วเมื่อวันพุธที่ 18 พฤศจิกายน 2015 ที่ผ่านมา (*สินค้าบางส่วนวางจำหน่ายก่อนแล้วที่ “DORAEMON×HELLO KITTY at Yokohama Takashimaya”)


หากใครสนใจก็เซิตหารายละเอียดสินค้าแต่ละแบบเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทางการของ Sanrio เลยนะคะ
(C)Fujiko-Pro
(C)1976,2015 SANRIO CO.,LTD.



ผู้รับผิดชอบในการแปล
บทความหรือข่าวที่นำเสนอข้างต้นนี้เป็นบทความข่าวที่ Yam Yam Yeepun 9 ได้รับอนุญาตและแปลมาจากเว็บข่าว Mynavi news โดยทาง Yam Yam Yeepun 9 จะเป็นผู้รับผิดชอบในเนื้อหาที่แปลทั้งหมด


บทความนี้แปลและเรียบเรียงมาจากบทความข่าวใน Mynavi News
ประจำวันที่ 17 พฤศจิกายน 2015
http://news.mynavi.jp/news/2015/11/17/474/

サンリオは、藤子・F・不二雄プロと進めている「ドラえもん」と「ハローキティ」のコラボレーション プロジェクトにおいて、大人のためのコラボレーション企画「ドラえもん×ハローキティ」の新シリーズを11月18日(水)より発売する。

7 เทคนิคในการหลีกเลี่ยงฝูงคนในฟูจิคิวไฮแลนด์ – พิชิตเครื่องเล่น “หวาดเสียว” ทุกประเภทได้อย่างแน่นอนหากพูดถึงสวนสนุกที่ “...
01/01/2016

7 เทคนิคในการหลีกเลี่ยงฝูงคนในฟูจิคิวไฮแลนด์ – พิชิตเครื่องเล่น “หวาดเสียว” ทุกประเภทได้อย่างแน่นอน


หากพูดถึงสวนสนุกที่ “หวาดเสียว” ที่สุด คงจะไม่พ้นสวนสนุก ฟูจิคิวไฮแลนด์ (เมืองฟูจิโยชิดะ จังหวัดยามานาชิ) ซึ่งที่นี่แม้กระทั่งวันธรรมดาบางครั้งอาจต้องใช้เวลาต่อคิวรอเครื่องเล่นนานกว่า1ชม. ในครั้งนี้เราจึงจะขอนำเสนอวิธีหลีกเลี่ยงการต่อคิวยาวเหยียดที่ฟูจิคิวไฮแลนด์สำหรับคนที่ “อยากจะเล่นเยอะๆให้คุ้มทุกอย่าง”


อันดับแรกก็คือ “ต้องไปแต่เช้า”
เทคนิคพื้นฐานในการหลีกเลี่ยงการต่อคิวยาวที่ฟูจิคิวไฮแลนด์ก็คือ การไปก่อน “เวลาเปิดสวนสนุก” นั่นเอง ถ้าไปช้าหลังจากสวนสนุกเปิดแล้วเกิน30นาที ท่านอาจจะต้องรอต่อคิวเครื่องเล่นบางชนิดถึง1ชม. เพราะฉะนั้นการไปยืนต่อแถวตั้งแต่ก่อนประตูเปิดจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด


ซึ่งการไปก่อนเวลาเปิดสวนสนุกนั้นถือเป็นเทคนิคที่ใช้หลีกเลี่ยงการต่อคิวยาวเหยียดในสวนสนุกทุกแห่งได้เหมือนกันทั้งนั้น แต่สำหรับฟูจิคิวไฮแลนด์นั้นถือเป็นเทคนิคที่ค่อนข้างสำคัญมาก เพราะสำหรับคนที่เดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัวนั้นจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องเวลาเท่าไหร่ แต่ถ้าจะมาให้ถึงก่อนเวลาเปิดสวนสนุกด้วยระบบขนส่งมวลชนเช่นรถไฟหรือรถบัสแล้วนั้น รถไฟหรือรถบัสจากใจกลางเมืองจะมีรอบเดินรถที่จำกัด ดังนั้นช่วงเวลาหลังจากสวนสนุกเพิ่งเปิดจะยังมีจำนวนคนค่อนข้างน้อย ทำให้มีโอกาสในการเล่นเครื่องเล่นที่เป็นที่นิยมได้มากขึ้น


ควรซื้อตั๋วไว้ล่วงหน้า

ถึงแม้จะรีบไปแต่เช้า แต่ถ้าต้องไปซื้อตั๋วที่สวนสนุก คุณก็ต้องเสียเวลาไปกับการต่อคิวเพื่อซื้ออีก ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ก็ควรซื้อตั๋วล่วงหน้าเตรียมไว้ดีกว่า เช่นอาจจะไปซื้อในเว็บไซต์ของสวนสนุก ซึ่งจะมีตั๋วจองล่วงหน้าราคาพิเศษที่เรียกว่า WEBTICKET ขายอยู่ ถึงแม้เราจะต้องนำตั๋วจองนี้ไปเปลี่ยนเป็นตั๋วจริงที่สวนสนุกอีกทีก็ตาม แต่ที่สวนสนุกจะมีเครื่องสำหรับออกตั๋วโดยเฉพาะอยู่แล้ว จึงไม่ต้องรอนานเหมือนกับไปต่อคิวเพื่อซื้อตั๋วเข้าสวนสนุก


นอกจากนี้ ยังมีแพ็คเกจคู่กับตั๋วรถโดยสารต่างๆ(ตั๋วไปกลับจากฟูจิคิวไฮแลนด์ + ตั๋วแลกฟรีพาสเข้าสวนสนุก) หรือแพ็คเกจพร้อมที่พัก(ตั๋วไปกลับจากฟูจิคิวไฮแลนด์ + ตั๋วแลกฟรีพาสเข้าสวนสนุก + โรงแรมทั่วไปหรือโรงแรมแบบญี่ปุ่น) ในบางวันที่มีคนค่อนข้างมาก จะมีบูธสำหรับแลกตั๋วโดยเฉพาะ ช่วยให้ประหยัดเวลาในการรอได้ ซึ่งรถโดยสารต่างๆในแพ๊คเกจราคาพิเศษ จะมีรถบัส,รถไฟ, รวมถึงรถยนต์ให้เช่าด้วย


เริ่มเล่นจากเครื่องเล่นที่อยู่ใกล้ทางเข้า

เมื่อเราเตรียมตัวล่วงหน้าพร้อมแล้ว ที่เหลือก็คือวิธีการในการเล่นเครื่องเล่นแต่ละอันให้สนุกสนานอย่างเต็มที่ หากเป็นที่USJ(Universal Studio Japan)จะมีเทคนิคที่ว่า “เมื่อประตูเปิด เครื่องเล่นที่ใกล้ประตูจะเป็นเครื่องที่มีคนไปเยอะ จึงควรเริ่มจากเครื่องเล่นที่ไกลประตูที่สุด”แต่สำหรับฟูจิคิวไฮแลนด์นั้นจะตรงข้ามกัน “เมื่อประตูเปิดให้เริ่มจากเครื่องเล่นที่ใกล้ประตูที่สุดก่อน”


ซึ่งเทคนิคนี้เกิดขึ้นเพราะโครงสร้างของฟูจิคิวไฮแลนด์นั่นเอง จริงๆแล้วฟูจิคิวไฮแลนด์มีประตูทางเข้าสองทาง หากมาโดยรถยนต์หรือรถบัส คุณจะต้องเข้าทาง “ประตูที่1” แต่หากมาโดยรถไฟที่มุ่งหน้าไปฟูจิคิวสายคาวาคุจิโกะและลงที่”สถานีฟูจิคิวไฮแลนด์” คุณจะต้องเข้าทาง “ประตูที่2”


ซึ่งทั้ง2ประตูจะอยู่ริมสุดคนละด้านของสวนสนุก ประตูที่1 จะอยู่ใกล้กับเครื่องเล่น FUJIYAMA, โดะดนปะ, ทาคาบิฉะ ส่วนประตูที่2 จะใกล้กับ เอจาไนกะ, เซ็ตสึโบโยไค2, เซคเคียว เซนริสึเมคิว เมื่อแต่ละประตูอยู่ใกล้เครื่องเล่นยอดนิยมอยู่แล้ว ถ้าเราฝืนเดินไกลไปอีกด้าน ก็อาจจะเจอคนที่เข้ามาจากประตูอีกด้านกำลังต่อคิวอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นเมื่อเข้าประตูมาแล้ว เราควรจะเริ่มเล่นจากเครื่องเล่นที่ใกล้ประตูที่สุดก่อน


ในกรณีที่เข้ามาจากประตูที่1

ต่อไป เราจะมาลองดูกันว่าจะเริ่มเล่นเครื่องเล่นที่อยู่ในแต่ละฝั่งประตูกันอย่างไรดี ถ้ามาโดยรถยนต์หรือรถบัสและเข้าทางประตูที่1 จะมีรถไฟเหาะยอดนิยม FUJIYAMA, โดะดนปะ, ทากะบิฉะเรียงอยู่ใกล้ๆกัน ถ้าตัดสินใจไม่ถูกว่าจะขึ้นอันไหนก่อนก็จะโดนคนอื่นต่อคิวนำหน้าไปเรื่อยๆ ดังนั้นเราควรจะคิดมาก่อนไปสวนสนุกว่าอยากจะเล่นอะไรเป็นอันดับแรก


ซึ่งรถไฟเหาะทั้ง 3 เครื่องนี้เป็นเครื่องเล่นยอดนิยมทั้งหมด แต่ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน หลังจากที่สวนสนุกเปิด เครื่องเล่นที่มีคนยืนต่อคิวเรียงลำดับจากมากไปหาน้อยคือ โดะดนปะ, FUJIYAMA, ทากะบิฉะ ดังนั้นถ้าอยากเล่นทั้งหมดจนไม่สามารถเลือกได้ว่าจะนั่งอันไหนก่อน คุณก็อาจจะลองไปต่อคิวเครื่องโดะดนปะที่มักจะมีคนต่อคิวเยอะมากเป็นอันแรกก็ได้


และหากซื้อตั๋วพิเศษที่สามารถย่นเวลาการรอคิว (ตั๋วFast Pass) เราขอแนะนำให้เล่น “ทากะบิฉะ” ก่อน แล้วค่อยมาเล่น “โดะดนปะ” ทีหลังจะดีกว่า สำหรับเรื่องตั๋วพิเศษนี้ เราจะอธิบายโดยละเอียดอีกทีในตอนท้ายของบทความ


ในกรณีที่เข้าทางประตูที่2

สำหรับคนที่มาทางรถไฟและเข้าทางประตูที่2 จะมีเครื่องเล่นชื่อดังที่ชื่อ “เอจาไนกะ” อยู่ใกล้ๆ คนที่ชอบความหวาดเสียวควรจะเลือกเล่นเครื่องเล่นนี้ก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าเป็นวันธรรมดาถึงจะเข้ามาจากประตูที่1 แต่ถ้ามาเช้าหน่อยก็จะยังมีคนมาต่อคิวไม่มาก ส่วนเครื่องเล่นยอดนิยมอื่นๆเช่น เซ็ตสึโบโยไค2(Ultimate Fort), เซคเคียว เซนริสึเมคิว(เขาวงกตสุดสยอง) บางครั้งจะยังไม่เปิดให้บริการทันทีหลังจากสวนสนุกเปิด ดังนั้นก่อนไปเที่ยวที่นี่เราจึงควรเช็คเวลาของแต่ละเครื่องเล่นจากเว็บไซต์ของทางสวนสนุกมาก่อน


แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนสำคัญมาก

อีกหนึ่งเทคนิคที่ดีในการหลีกเลี่ยงการต่อคิวยาวก็คือ การใช้แอพบนสมาร์ทโฟนของฟูจิคิวไฮแลนด์ที่ชื่อ “ฟูจิคิวไฮแลนด์” หากใช้แอพนี้ เราจะสามารถดูแผนที่สวนสนุกและใช้คูปองต่างๆได้ นอกจากนั้นยังสามารถเช็คเวลาในการรอคิวของเครื่องเล่นทุกอย่างได้อีกด้วย เวลาในการรอคิวนี้จะถูกอัพเดตเรื่อยๆในแอพ ดังนั้นเราจะสามารถดูเวลาในการรอเครื่องเล่นต่างๆพร้อมทั้งคำนวณเวลาเพื่อไปเล่นเครื่องเล่นอื่นๆนอกจากเครื่องเล่นแนวหวาดเสียวได้อีกด้วย


ในสวนสนุกนั้นยังมีเครื่องเล่นอื่นๆเช่น เครื่องจำลองการบิน”ฟูจิฮิโคฉะ(สายการบินฟูจิ)” หรือเครื่องเล่นที่ทำให้เราสนุกไปกับโลกแห่งการ์ตูนเรื่องอีแวนเกเลี่ยน EVANGELION:WORLD ถ้ามีคนรอต่อคิวมากจนเราไม่อยากไปต่อคิวเครื่องเล่น เราก็สามารถไปพักผ่อนที่ “ริสะและแกสปาลทาวน์” หรือ “โทมัสแลนด์” ได้ ซึ่งทั้งสองที่นี้จะจัดเป็นพื้นที่แบ่งไว้ เพียงแค่ได้เข้าไปเดินเล่นก็สามารถเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวต่างๆราวกับถูกดึงไปสู่โลกของตัวละครนั้นๆได้


ไพ่ตายสุดท้ายในการหลีกเลี่ยงการต่อคิวคือ “Fast Pass สำหรับเครื่องเล่นหวาดเสียว”

ที่ฟูจิคิวไฮแลนด์ นอกจาก Free Pass (ตั๋วเข้าสวนสนุกแบบธรรมดา)แล้ว ยังมีระบบ Fast Pass สำหรับเครื่องเล่นหวาดเสียว ซึ่งเป็นตั๋วพิเศษที่จะต้องเสียเงินเพิ่มแต่จะทำให้ได้เล่นเครื่องเล่นได้เร็วขึ้น ซึ่งระบบนี้ที่ USJ จะเรียกว่า “Universal Express Pass” ที่ดิสนีย์รีสอร์ทจะเรียกว่า Fast Pass (ตอนนี้เป็นตั๋วที่ต้องเสียเงินเพิ่มต่างหาก แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายตรงนี้ก็ได้)


เครื่องเล่นหวาดเสียวบางอย่างที่ได้รับความนิยมมากอาจต้องใช้เวลา2-3 ชม.ในการยืนต่อคิว แต่ถ้ามี Fast Pass นี้ จะสามารถต่อที่แถวพิเศษได้ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาในการรอไปได้มาก ตอนที่ผู้เขียนไปและใช้ Fast Pass นั้น บางเครื่องเล่นก็สามารถเล่นได้เลยโดยที่ไม่ต้องรอ หรือรออย่างนานที่สุดก็เพียงแค่20นาทีเท่านั้นซึ่งสามารถประหยัดเวลาไปได้มากทีเดียว


บัตร Fast Pass นั้นปกติราคา 1,000 เยน สำหรับการขึ้นเครื่องเล่น 1 ครั้ง และสามารถเลือกขึ้นเครื่องเล่นได้ทั้งหมด 9 ชนิด ได้แก่ FUJIYAMA, โดะดนปะ, ทากะบิฉะ, เอจาไนกะ, ฟูจิฮิโคฉะ(สายการบินฟูจิ), เซ็ตสึโบโยไค2(Ultimate Fort), เซนริสึเมคิว(เขาวงกตสุดสยอง), เทคคตสึบังโจ, และนากาชิมัสกะ แต่บัตร Fast Pass นี้ก็มีข้อจำกัดในการใช้หลายอย่าง ดังนั้นก่อนซื้อควรพิจารณาเรื่องต่อไปนี้


วางแผนลำดับการเล่นเครื่องเล่นต่างๆ

ตอนจะซื้อFast Pass นั้นจำเป็นต้องกำหนดช่วงเวลาในการเล่นและชนิดของเครื่องเล่นด้วย ซึ่งหากคิดไว้ก่อนว่าอยากจะเล่นเครื่องไหนหรือจัดลำดับการเล่นไว้ก่อนจะทำให้เล่นได้อย่างราบรื่นขึ้น ดังนั้นก่อนที่จะมาที่ฟูจิคิวไฮแลนด์ ควรจะทำการเช็คจากเว็บไซต์หรือจากไกด์บุคที่มีแจกในสวนสนุกเพื่อจะได้วางแผนในการใช้ Fast Pass ได้


สามารถซื้อ Fast Pass ได้ 9 ใบต่อคน 1 คนที่ต่อแถว
ตั๋ว Fast Pass จะมีขายอยู่ที่บู๊ธในสวนสนุกซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้ๆกับม้าหมุนเท่านั้น โดยเราสามารถซื้อ Fast Pass ได้ 9 ใบต่อ 1 คนที่ไปยืนต่อคิวซื้อตั๋ว และเราสามารถกำหนดประเภทเครื่องเล่นต่างๆได้อย่างอิสระ อย่างเช่นเราจะซื้อตั๋ว 9 ใบเพื่อไปเล่น “เอจาไนกะ” อย่างเดียวก็ได้


ตั๋วเครื่องเล่นมีจำนวนจำกัด

ตั๋ว Fast Pass เป็นตั๋วที่ได้รับความนิยมมาก เพราะเป็นตั๋วที่จะทำให้เล่นเครื่องเล่นได้อย่างเต็มที่ แต่ตั๋วนี้จะมีจำนวนจำกัดในการขายแต่ละวันไว้ ดังนั้นบางทีตั๋วสำหรับเครื่องเล่นบางประเภทอาจจะถูกขายหมดไปก่อนตั้งแต่ภายใน1ชม.แรกหลังจากสวนสนุกเปิดทำการ ถ้าคุณคิดจะซื้อตั๋วนี้ ก็ควรไปซื้อไว้ตั้งแต่ตอนแรกที่เข้าสวนสนุกไปเลยจะดีกว่า


ตั๋วนี้ไม่สามารถยกเลิกได้

ตั๋ว Fast Pass จะไม่สามารถยกเลิกได้ เว้นแต่จะมีเหตุการณ์ผิดปกติจากสภาพอากาศหรือเครื่องเล่นเสีย ถ้าซื้อตั๋วมาแล้วแต่เห็นแถวคนมาต่อไม่เยอะมากเท่าที่คิด ก็ไม่สามารถจะยกเลิก หรือ เปลี่ยนไปเล่นเครื่องเล่นอื่นแทนก็ไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นก่อนที่จะซื้อตั๋วนี้ เราควรเช็คดูสถานการณ์ในวันนั้นให้แน่ใจก่อนแล้วค่อยตัดสินใจซื้อตั๋วดีกว่า


ถ้าหากคุณมีเป้าหมายว่า “ไม่ว่ายังไงก็ต้องขึ้นเครื่องเล่นทุกเครื่องให้ได้ในวันนั้น” ก็ขอแนะนำให้เช็คสถานการณ์ในการต่อคิวของวันนั้นและดูจำนวนเงินในกระเป๋า เพื่อให้ใช้ตั๋ว Fast Pass ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด



ประวัติผู้เขียน : yuuenji.com

เป็นผู้ให้ข้อมูลด้าน Theme park และสวนสนุกทั่วประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1996 มีข้อมูลแนะนำสวนสนุกและข้อมูลส่วนลดพิเศษต่างๆของสวนสนุกทั่วประเทศเช่น โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท, ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอและอื่นๆ นอกจากนี้ยังเผยแพร่บทความพิเศษเกี่ยวกับเครื่องเล่นต่างๆเช่น ประวัติของรถไฟเหาะ, การสร้างบ้านผีสิง, การลดความอ้วนด้วยการไปเที่ยวสวนสนุก เป็นต้น


ผู้รับผิดชอบในการแปล
บทความหรือข่าวที่นำเสนอข้างต้นนี้เป็นบทความข่าวที่ Yam Yam Yeepun 9 ได้รับอนุญาตและแปลมาจากเว็บข่าว Mynavi news โดยทาง Yam Yam Yeepun 9 จะเป็นผู้รับผิดชอบในเนื้อหาที่แปลทั้งหมด


บทความนี้แปลและเรียบเรียงมาจากบทความข่าวใน Mynavi News
ประจำวันที่ 12 พฤศจิกายน 2015
http://news.mynavi.jp/articles/2015/11/12/fujiq/?rt=top

"絶叫"という言葉がよく似合う遊園地といえば「富士急ハイランド」だが、平日でも待ち時間が1時間以上になることも。「効率的にたくさん乗りたい! 」なんていう人のために、今回は富士急ハイランドを混雑回避方法の紹介しよう。

31/12/2015

โซบะ อาหารเพื่อสุขภาพชั้นยอด ฟื้นฟูร่างกาย ป้องกันอาการเมาค้างและโรคต่างๆในชีวิตประจำวัน

โซบะ (そば Soba) เป็นอาหารชนิดหนึ่งที่คนญี่ปุ่นรับประทานกันมาช้านานตั้งแต่สมัยโจมง (ช่วงสมัยในยุคก่อนประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ประมาณ 14,000 ปีก่อนคริสต์ศักราชถึง 300 ปีก่อนคริสต์ศักราช)
โดยในช่วงแรกโซบะจะมีลักษณะเหมือนลูกชิ้นที่เรียกกันว่า “โซบะกาคิ ( 蕎麦がき Soba gaki)” ปั้นขึ้นจากแป้งโซบะ แต่พอเข้าสู่ช่วงยุคสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603 – ค.ศ. 1868) รูปร่างหน้าตาของโซบะก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปจนมีลักษณะเป็นเส้นโซบะอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน


ด้วยความที่โซบะเป็นอาหารทานง่ายลื่นคอ โซบะจึงเหมาะกับเป็นเมนูคลายร้อนในหน้าร้อนเป็นอย่างมาก
ดูเผินๆแล้วโซบะอาจจะเหมือนเป็นอาหารสุขภาพธรรมดาเมนูหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วโซบะมีสรรพคุณหลากหลาย นอกจากจะช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า ยังสามารถช่วยป้องกันอาการเมาค้าง จัดเป็นอาหารที่ช่วยบำรุงและเพิ่มสมรรถภาพการทำงานของร่างกายเป็นอย่างมาก

ในช่วงที่อาการร้อนเช่นนี้ หลายท่านอาจจะมีโอกาสได้รับประทานโซบะมากขึ้น วันนี้เราจึงขอยกสรรพคุณต่างๆขอโซบะมานำเสนอดังต่อไปนี้

โซบะ คุณค่าทางโภชนาการเหลือล้น!
・ฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า
วิตามินบี1 บี2เป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก หากขาดวิตามินบี1 บี2 ร่างกายจะขาดเรี่ยวแรง เหนื่อยง่าย ไม่อยากอาหาร รวมถึงทำให้อารมณ์เสียง่ายอีกด้วย ในโซบะจะมีวิตามินบี1 บี2 เป็นส่วนประกอบมากถึง 2-3 เท่าของเมล็ดข้าวหรือแป้งสาลี นอกจากนี้ยังมีกรดแพนโทเทนิกที่ช่วยเพิ่มการเผาผลานพลังงานเป็นส่วนประกอบมากกว่าข้าวสวยถึง 4 เท่า ซึ่งสารอาหารดังกล่าวนี้ก็มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูร่างกายเช่นกัน โซบะจึงเป็นเมนูทานง่ายแถมยังให้พลังงานแก่ร่างกาย ถือเป็นเมนูชูกำลังในหน้าร้อนได้เป็นอย่างดี


・ป้องกันอาการเมาค้าง
ในการกำจัดแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายของตับ ร่างกายจำเป็นจะต้องใช้พลังงานจากแป้งเป็นส่วนประกอบสำคัญ โดยในโซบะนั้นจะประกอบไปด้วยแป้งเป็นจำนวนมาก ทั้งยังเป็นแป้งจากธัญพืชชั้นดีมีคุณค่า ไม่เพียงเท่านั้นยังมีกรดแพนโทเทนิกและไนอาซินซึ่งเป็นส่วนประกอบที่ช่วยในการย่อยสลายอะซิทัลดีไฮด์และแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้เกิดอาการเมาค้างอีกด้วย

นอกจากนี้ในโซบะยังมีโคลินซึ่งจัดเป็นวิตามินชนิดหนึ่งที่ช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันเกาะตัวในตับเวลาที่เราดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งวิตามินโคลินนี้เป็นวิตามินที่มีสรรพคุณในการป้องกันโรคไขมันพอกตับและโรคหลอดเลือดแข็ง นอกจากนี้ในโซบะยังมีส่วนประกอบของกรดอะไมเลสและไลเปสที่ช่วยในการย่อยอาหาร ป้องกันอาการท้องอืดท้องเฟ้อเหมาะสำหรับทานเป็นเมนูหลังดื่มแอลกอฮอล์เป็นอย่างยิ่ง ไม่แน่ว่าหากเปลี่ยนมากิน โซบะปิดท้าย แทนราเมนหลังอาหารอาจจะให้ผลดีกับร่างกายมากกว่าก็เป็นได้


・ป้องกันโรคต่างๆจากที่เกิดจากการดำเนินชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ในโซบะยังมีเส้นใยไฟเบอร์ช่วยป้องกันอาการท้องผูก มีแคทีชินกันไวรัส และยังมีแร่ธาตุต่างๆอีกมาก

รูตินเป็นสารอนุมูลอิสระโพลีฟีนอลชนิดหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเส้นเลือดฝอย ช่วยลดความดันและระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับอ่อน ถือเป็นส่วนประกอบที่ช่วยป้องกันโรคต่างๆที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างเช่น โรคหลอดเลือดแข็ง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหากร่างกายได้รับสารรูตินพร้อมกับวิตามินซีแล้วจะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพให้การทำงานมากยิ่งขึ้น การรับประทานโซบะพร้อมกับผักหรือผลไม้จึงจะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์มากยิ่งขึ้น

อย่าลืมของดี น้ำซุปโซบะ
ในทางการแพทย์ของจีนกล่าวว่าโซบะ มีสรรพคุณในการขับความร้อนออกจากร่างกายและช่วยให้ลำไส้แข็งแรง ฉะนั้นการรับประทานโซบะเย็นในหน้าร้อนจึงอาจจะช่วยให้ทานง่ายก็จริง แต่ก็อาจทำให้ลำไส้เย็นเป็นผลให้ไม่อยากอาหารหรือทำให้อาหารย่อยยากได้


เพราะฉะนั้นจึงขอแนะนำให้ทุกท่านดื่มน้ำซุปโซบะ (そば湯 Sobayu) ที่จะมาควบคู่กับโซบะด้วย เพราะในน้ำซุปโซบะจะมีสารอาหารจากโซบะผสมอยู่ การดื่มน้ำซุปโซบะนอกจากจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารจากโซบะอย่างครบถ้วนแล้ว ยังช่วยให้อุณหภูมิในร่างกายไม่ลดต่ำจนเกินควร จึงขอแนะนำให้ทุกท่านอย่าลืมปิดท้ายโซบะมื้ออร่อยด้วยน้ำซุปโซบะด้วยเช่นกันนะคะ

สนับสนุนบทความโดย:GozoRopp



ผู้รับผิดชอบในการแปล
บทความหรือข่าวที่นำเสนอข้างต้นนี้เป็นบทความข่าวที่ Yam Yam Yeepun 9 ได้รับอนุญาตและแปลมาจากเว็บข่าว Mynavi news โดยทาง Yam Yam Yeepun 9 จะเป็นผู้รับผิดชอบในเนื้อหาที่แปลทั้งหมด

บทความนี้แปลและเรียบเรียงมาจากบทความข่าวใน Shigoto Supuri
ประจำวันที่ 5 สิงหาคม 2014
https://tenshoku.mynavi.jp/knowhow/suppli/healthcare/011

พิสูจน์ น้ำผักผลไม้รวมดูดซึมเบต้าแคโรทีนได้ดีกว่าแครอทสดบริษัทคาโกเมะ (บริษัทผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ) ได้ทำการทดลองซึ...
30/12/2015

พิสูจน์ น้ำผักผลไม้รวมดูดซึมเบต้าแคโรทีนได้ดีกว่าแครอทสด


บริษัทคาโกเมะ (บริษัทผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ) ได้ทำการทดลองซึ่งแสดงให้เห็นว่า ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารเบต้าแคโรทีนจากน้ำผักผลไม้รวมได้ดีกว่าการรับประทานแครอทสดๆ


เบต้าแคโรทีน เป็นสารให้สีที่ส่วนใหญ่พบมากในพืชผักที่มีสีเขียวหรือสีเหลือง โดยมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระให้แก่ร่างกาย ซึ่งเมื่อร่างกายดูดซึมเบต้าแคโรทีนเข้าไปแล้ว ร่างกายจะเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนเป็นวิตามันเอ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยบำรุงสายตา ช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็นเวลากลางคืน และช่วยรักษาความอ่อนเยาว์ให้แก่เซลล์ผิว นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยรักษาสมดุลให้กับวงจรการสร้างและผลัดเซลล์ผิวรวมถึงช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยบนผิวหนังได้


จากผลการทดลองที่ผ่านมาพบว่า เบต้าแคโรทีนในแครอทนั้น หากนำไปผ่านความร้อนหรือนำไปบดให้ละเอียดแล้ว ร่ายกายจะสามารถดูดซึมไปใช้งานได้ง่ายขึ้น ในการทดลองครั้งนี้ทางคาโกเมะจึงได้นำน้ำผักน้ำผลไม้รวมที่ผลิตจากแครอทซึ่งผ่านกรรมวิธีการแปรรูป (แครอท พูเรหรือแครอท เพสท์) มาเปรียบเทียบกับแครอทสด ว่าร่างกายจะสามารถดูดซึมสารเบต้าแคโรทีนจากแครอทประเภทไหนได้มากกว่ากัน


บริษัทคาโกเมะได้ทำการทดลองโดยแบ่งให้ผู้เข้าทดลองชายหญิงที่มีสุขภาพแข็งแรง 12 ราย รับประทานแครอทสด 90 กรัม และน้ำผักผลไม้รวม 200 มิลลิลิตรในตอนเช้า โดยในแครอทสด 90 กรัมจะมีเบต้าแคโรทีนอยู่ประมาณ 5,900 ไมโครกรัม ส่วนในน้ำผักผลไม้รวม 200 มิลลิลิตรจะมีเบต้าแคโรทีนอยู่ประมาณ 5,700 ไมโครกรัม


โดยหลังจากให้ผู้เข้าทดลองรับประทานหรือดื่มน้ำผักผลไม้เข้าไปแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ทำการวัดปริมาณความเข้มข้นของเบต้าแคโรทีนที่อยู่ในเลือด (หลังบริโภค 4, 12, 24ชั่วโมง) และได้นำผลมาเปรียบเทียบ พบว่าค่าความเข้มข้นของคนที่รับประทานแครอทสดกับดื่มเป็นน้ำผักผลไม้นั้นให้ค่าการทดลองที่แตกต่างกัน


นอกจากนี้เมื่อทำการวัดพื้นที่ใต้กราฟความสัมพันธ์ระหว่างระดับความเข้มข้นในเลือดกับเวลา (AUC) ซึ่งเป็นค่าแสดงอัตราการดูดซึมของเบต้าแคโรทีนในเลือด โดยหากค่า AUC ยิ่งมากก็ยิ่งแสดงว่าร่างกายดูดซึมสารนั้นได้มาก พบว่าการดูดซึมเบต้าแคโรทีนผ่านน้ำผักผลไม้นั้นให้ค่า AUC สูงมากกว่าแครอทสด จากผลการทดลองจึงแสดงให้เห็นว่าร่างกายสามารถดูดซึมเบต้าแคโรทีนผ่านน้ำผักผลไม้ได้ดีการรับประทานแครอทสดโดยตรง


ทางบริษัทคาโกเมะกล่าวว่าการที่ร่างกายสามารถดูดซึมเบต้าแคโรทีนผ่านน้ำผักผลไม้ได้ดีกว่าการรับประทานแครอทสดนั้นอาจเนื่องมาจาก “น้ำผักผลไม้รวมของบริษัทนั้น ผลิตขึ้นจากผักและผลไม้แปรรูปที่ผ่านกรรมวิธีกระบวนการให้ความร้อนและขั้นตอนการปั่นหรือบดจนละเอียดแล้วนั่นเอง”


ในเซลล์ผักผลไม้ซึ่งเป็นเซลล์พืชนั้นจะประกอบไปด้วยผนังเซลล์ซึ่งเป็นเซลล์ที่แข็งและคงทน ซึ่งจะไปขัดขว้างการดูดซึมของร่างกายให้น้อยลง เพระาฉะนั้นเมื่อให้ความร้อนหรือนำผักผลไม้ไปบดให้ละเอียดผนังเซลล์ที่ว่านี้จะสลายไป ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมเบต้าแคโรทีนหรือสารอาหารอื่นๆจากผักหรือผลไม้แปรรูปอย่างน้ำผักผลไม้รวมได้ง่ายขึ้นนั่นเอง


ผู้รับผิดชอบในการแปล
บทความหรือข่าวที่นำเสนอข้างต้นนี้เป็นบทความข่าวที่ Yam Yam Yeepun 9 ได้รับอนุญาตและแปลมาจากเว็บข่าว Mynavi news โดยทาง Yam Yam Yeepun 9 จะเป็นผู้รับผิดชอบในเนื้อหาที่แปลทั้งหมด


บทความนี้แปลและเรียบเรียงมาจากบทความข่าวใน Mynavi News
ประจำวันที่ 3 กันยายน 2015
http://news.mynavi.jp/news/2015/09/03/424/

カゴメはこのほど、生にんじんよりも野菜・果実ミックスジュースを摂取する方が、β-カロテンを効率的に吸収できることを、ヒト試験により明らかにした。

住所

Chiyoda-ku, Tokyo
100-0003

ウェブサイト

アラート

Yam Yam Yeepun 9がニュースとプロモを投稿した時に最初に知って当社にメールを送信する最初の人になりましょう。あなたのメールアドレスはその他の目的には使用されず、いつでもサブスクリプションを解除することができます。

共有する